วันเสาร์ที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ บ้านนาคาเฟ่

แจกของขวัญปีใหม่2553 พระผงจักรพรรดิ์ และลูกแก้วจักรพรรดิ์ ถึง 10/1/53-เรื่องย่อ บ้านนาคาเฟ่

เป็นละครเพลง ในสไตล์คันทรีส่งเสริมอาชีพชุมชน และส่งเสริมให้คนในชุมชนรักบ้านเกิด เป็นเรื่องราวความรักของสาวบ้านนา กับ ทายาทเศรษฐี ที่มีบรรยากาศของ ท้องทุ่ง สายลมและ แสงแดดเป็นพยาน

ดล (น้ำ – รพีภัทร เอกพันธ์กุล) หนุ่มทายาทเสี่ยเจ้าของกิจการส่งออกแถวหน้า ได้รับโทรศัพท์จากบิดาเรียกตัวให้รีบบินกลับเมืองไทยกะทันหัน เมื่อไปถึงคฤหาสน์ เลิศมหาดำรงสกุล ก็ได้พบว่า เสี่ยดิเรก ผู้เป็นพ่อก็ได้หลบหนีเจ้าหนี้ไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้แต่จดหมายสั่งเสียกับแผนที่อีก 1 ฉบับระบุให้ดล เดินทางไปที่หมู่บ้านโคกสำราญ เพื่อขอความช่วยเหลือจาก ผู้ใหญ่ยิ้ม เพื่อนรัก เมื่อไม่มีทางหลีกเลี่ยง ดลจำต้องเดินทางไปที่โคกสำราญ ในสภาพที่ทรหดเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ก็เพราะหนทางเพื่อไปสู่หมู่บ้านโคกสำราญนั้นทุรกันดารเป็นอย่างมาก แต่ต่อให้ดลวาดภาพโคกสำราญไว้เลวร้ายขนาดไหน ก็ไม่สามารถเทียบได้กับความเป็นจริงที่เขาต้องเผชิญและยอมรับให้ได้ว่า ต้องอยู่กับมันไปอย่างไม่มีกำหนด ด้วยความโกรธ เมื่อเขาถึงทางที่พอจะเร่งเจ้ารถคันงามของเขาได้ ดลเหยียบคันเร่งจนสุดและทำให้เจ้ารถคู่ชีพคันงามพุ่งทะยานราวจรวด เกือบจะเสยเข้ากับเกวียนของหลานสาวผู้ใหญ่ยิ้ม นามว่า หวานใจ (กระติ๊บ-ชวัลกร) สาว น้อยบ้านนา อายุ 18 พ่อตายตั้งแต่เด็ก ส่วนแม่ทิ้งไปทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วหายสาบสูญไป จึงต้องอยู่กับผู้ใหญ่ยิ้มผู้เป็นลุงตั้งแต่เด็ก จึงรักลุงเหมือนพ่อ ถูกฝึกให้ทำทุกอย่างได้เหมือนผู้ชาย รักบ้านเกิดมาก เป็นครูของโรงเรียนโคกสำราญ ใน ช่วงวิกฤต ดลหักรถหลบควาย จนทำให้เจ้ารถคันงามก็ไปสิ้นฤทธิ์อยู่ที่ใต้ต้นไทรและเขาได้หมดสติลงในทันที แต่อย่างน้อยหวานใจก็พาร่างที่ไร้สติของดลมายังโคกสำราญจนได้ในท้ายที่สุด

โคก สำราญเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อันที่จริง การไร้ซึ่งความเจริญนี้มีเหตุผลที่เข้าใจได้ ทั้งนี้ก็เพราะนายชัย เจ้าของโรงงานผลไม้กระป๋องที่ใช้เงินซื้อเสียงจนก้าวมาเป็นอบต. บิดาของบัวตูม (โอ๋-รุ่งระวี) บัวบาน (น้ำหวาน-ลาวัลย์) สองศรีพี่น้อง ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นดาว ได้ใช้ความสามารถทุกวิถีทางที่จะยึดหมู่บ้านนี้ให้มาเป็นของเขาให้ได้ แต่ทั้งนี้หมู่บ้านนี้ก็ยังมีผู้ใหญ่ยิ้มที่ไม่ใช่ผู้ใหญ่บ้านธรรมดา ที่จะยอมใครได้ง่ายๆ ในอดีต ยิ้มเป็นคนแรกของหมู่บ้านที่ลุยเข้าเมืองหลวงเก็บหอมรอมริบจนเป็นเจ้าของ คาเฟ่ที่เริ่มจากเล็กๆจนใหญ่โตที่มีชื่อว่า บ้านนาคาเฟ่ ยิ้มได้พบรักและแต่งงานกับ สาลิกา (ฮันนี่-ภัสสร) หนึ่งในนักร้องแม่เหล็กที่สามารถเรียกแขกเข้ามาฟังเพลงจากเธอจนแน่นขนัดและ ในคาเฟ่ของเขายังได้ ครูนวล (โย่ง เชิญยิ้ม) ผู้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าวงลูกทุ่งที่สอนและสร้างนักร้องที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ความสามารถ อีกทั้งยิ้มยังได้ ทับ (ดอน จมูกบาน) และชู (ชูศรี เชิญยิ้ม) ตลกของคาเฟ่ที่เรียกเสียงหัวเราะจากแขกได้ทุกค่ำคืน

ใน ครั้งนั้น ยิ้มกับลูกน้องต่างเสพสุขกันมากอย่างน่าอิจฉา จนกระทั้งวันหนึ่ง เมื่ออิทธิพลมืดเข้ามาบีบบังคับให้ยิ้มขายคาเฟ่ให้ แต่ยิ้มไม่ยอม แต่ช่างเป็นโชคที่ลูกค้าผู้ร่ำรวยและเมตตาคนหนึ่ง ซึ่งก็คือเสี่ยดิเรกได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเคลีย์ปัญหาให้จนทำให้เขาและลูก น้องสามารถรอดชีวิตมาได้แต่ก็ลำบากยากจนถึงกับหมดเนื้อหมดตัว และก็เสี่ยดิเรกอีกนั้นเองที่หยิบยื่นเงินก้อนหนึ่งให้กับยิ้ม จนทำให้เขาอพยพลูกน้องกว่าห้าสิบครอบครัวอพยพมาปักหลักปักฐานกันที่หมู่บ้าน แห่งนี้ ยิ้มและลูกบ้านของเขาได้เรียนรู้ความจริงที่ว่าเมืองกรุง ที่ดูมีเสน่ห์นั้นแฝงไว้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมและมนุษย์ที่มากไปด้วยกิเลส สังคมชนบทที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติแท้ที่จริงแล้วนั้นคือสังคมที่สมบูรณ์ ที่หล่อหลอมมนุษย์จนมีจิตใจที่ดีงาม

ดังนั้น ยิ้มและลูกบ้านของเขาจึงตั้งใจที่จะรักษาให้หมู่บ้านอยู่ในสภาพใกล้ธรรมชาติ ที่สุด แต่อย่าได้เข้าใจผิดว่าชีวิตในโคกสำราญไร้สีสัน ยิ้มและลูกบ้านที่เป็นลูกหลานของนักร้อง นักดนตรีและตลกต่างก็ช่วยกันได้สร้างบรรยากาศของบ้านนาคาเฟ่ให้เกิดขึ้นทุก คืนวัน จึงเป็นที่เข้าใจได้ถึงความจริงข้อที่ว่าแม้นายชัยจะใช้แผนร้ายประการใด ก็ไม่อาจแผ่อิทธิพลชั่วเข้าสู่หมู่บ้านของผู้ใหญ่ยิ้มได้เลย แต่ คนอย่างชัยก็ไม่เคยยอมแพ้ เมื่อไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ชัยจึงใช้อำนาจในนามนายกอบต.หาทางกลั่นแกล้งหมู่บ้านของยิ้มทุกวิถีทาง เพื่อบีบให้หมู่บ้านของยิ้มเป็นถิ่นกันดารจนไม่น่าจะมีผู้คนทนอยู่ได้ แต่สิ่งที่แปลกก็คือ แผนการร้ายของชัยไม่อาจทำอันตรายต่อยิ้มและลูกบ้านของเขาให้รู้สึกท้อถอยลง ได้เลย

ขณะที่ ดล สลบไปเขากำลังฝัน และเป็นความฝันที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ในฝันเขากำลังอยู่ในคลับหรูต่างแดนที่แวดล้อมไปด้วยสาวสวยมากหน้าหลายตา แต่เมื่อแหม่มสาวอ้าปากพูด กลับเอื้อนเอ่ยเป็นภาษาถิ่นอิสานของไทยเราอย่างคล่องปาก พวกฝรั่งก็เว้าลาวกันอย่างอื้ออึงจนทำให้ ดลสติกลับ คืนมา เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็พบว่า รอบตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยพวกบ้านนอกคอกนา แต่ในขณะที่เขากำลังจะกรีดร้องด้วยความสยดสยอง เสียงแตรวงของผู้ใหญ่ยิ้มที่มารอรับก็แผดเสียงขึ้น แต่ที่สะดุดตาที่สุด ก็เห็นจะเป็นใบหน้าคมคายของ หวานใจ หลานสาวของผู้ใหญ่ยิ้มที่พยายามปฐมพยาบาลดลด้วยวิธีต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว ดลพบว่า ทุกคนในหมู่บ้านแสดงท่าทีดีใจมาก ที่ได้ต้อนรับเขา โดยเฉพาะผู้ใหญ่ยิ้ม ซึ่งบอกดลว่า เสี่ยดิเรกเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายที่มีพระคุณกับผู้ใหญ่ยิ้มอย่างมาก และดิเรกได้เคยส่งเงินก้อนนึงมาให้ผู้ใหญ่ยิ้มซื้อที่เอาไว้แปลงหนึ่งเพื่อ จะได้มาอยู่ในบั้นปลายชีวิต ดลเริ่มมีความหวังขึ้นมาทันที อย่างน้อย พ่อก็ยังทิ้งสมบัติเอาไว้ให้เขาบ้าง แต่เมื่อดลได้เห็นที่ดิน ใจที่เริ่มพองฟูก็แฟบลงทันที เพราะที่ดินห้าสิบไร่ที่ผู้ใหญ่ยิ้มภูมิใจนำเสนอนั้น คือที่ดินล้วนๆ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดใด นอกจากเพิงเล็กๆ กับต้นไม้ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง

ดล โวยวายขอขายที่คืน เพื่อเอาเงินกลับกรุงเทพฯ ทำให้หวานใจ ไม่พอใจอย่างมากเพราะสำหรับหวานนั้น ที่ดินของดลเป็นที่ในฝันที่หวานแอบวาดหวังว่า หากมันเป็นของหวานหวานจะพรวนดินหว่านไถ และสร้างให้มันเป็นผืนดินที่สมบูรณ์และน่าอยู่ที่สุด แต่สำหรับดลมันกลับเป็นของที่ไร้ค่า ผู้ใหญ่ยิ้มรับปากว่าจะหาเงินมาให้ดล ดลตีอกชกลมว่าเขาไม่สามารถทนอยู่ในที่อันล้าสมัยได้เลยแม้เพียงวันเดียว และขอให้ยิ้มหาทางขายที่ดินของเขาให้ได้จนหวานรำคาญ คิดแผนจะดัดนิสัยดล โดยสัญญาว่าจะหาคนมาซื้อที่ดินต่อจากดลให้อย่างเร็วที่สุด แต่ดลต้องทำให้ที่ดินเป็นที่ที่ดูดีมีค่ากว่าที่เป็นอยู่โดย เข้าไปถากถาง ปลูกพืชไร่ และสร้างบ้านในที่ดิน แสดงความภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ เพื่อให้คนเห็นแล้วอยากจะซื้อ ดลหลงกลรับปาก และขอให้หวานเป็นพี่เลี้ยงบุกเบิกที่ดินร่วมกับเขาและเขาจะจ่ายค่านายหน้า ให้อย่างงามซึ่งหวานก็แกล้งตอบตกลงเพื่อให้ดลตัดสินใจอยู่โคกสำราญต่อตามแผน

หวานได้พบว่า ดลเป็นผลิตผลคนเมืองที่ไร้คุณภาพอย่างที่สุด ทั้งจับจด เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เป็นทาสเทคโนโลยี ขณะ ที่ดลก็รู้สึกเหมือนตัวเองย้อนกลับไปอยู่ในยุคก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก แต่สิ่งที่ทำให้ดลเกือบจะเป็นบ้าก็คือ แทบทุกคนในโคกสำราญนั้นไม่มีใครเดือดเนื้อร้อนใจกับสภาพความลำบากในชีวิตเลย ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนยังอารมณ์ดีจนเกินกว่าเหตุ ในแต่ละวัน ดล ต้องกลายเป็นเกษตรกรจำเป็น ผจญทั้งภัยธรรมชาติ ทะเลาะเบาะแว้งกับหวาน ขณะเดียวกันดลก็ค่อยๆได้ซึมซับถึงวิถีชีวิตของชาวชนบทที่เรียบง่าย งดงามโดยไม่รู้ตัวรวมทั้ง ได้เห็นการแก้ปัญหาให้ลูกบ้านโดยใช้หลักเมตตาของผู้ใหญ่ยิ้ม ที่สำคัญดลยังได้ซาบซึ้งถึงความรัก ความผูกพันระหว่างผู้คนในหมู่บ้านที่พร้อมจะเผชิญความทุกข์ยากและฝ่าฟัน ปัญหาต่างๆไปด้วยกันโดยไม่เคยคิดจะทอดทิ้งแผ่นดินถิ่นเกิด

เมื่อทางการขอให้โคก สำราญ ซึ่งเป็นตำบลเดียวที่ไม่เคยมีสินค้าโอท็อป ส่งสินค้าของตนเข้าประกวด และหวานก็เห็นว่าจะเป็นทางเดียวที่สามารถบีบให้ชัยต้องเจียดงบมาสนับสนุน สินค้านี้ และเป่าประกาศขอให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างสรรสินค้าโอท๊อปของหมู่บ้าน แต่ ชัยก็หาทางสกัดดาวรุ่งโดยอ้างว่าสินค้าเหล่านั้นล้วนเป็นโอท๊อปของที่อื่น ทั้งหมดทั้งสิ้นแล้ว แต่คนในโคกสำราญก็ยังไม่สิ้นหวัง สร้างสรรค์สิ่งที่ไม่มีใครนึกฝันระดับปฐม อีกทั้งดลยังใช้ความรู้ความสามารถของเขา ช่วยชาวบ้านคิดประดิษฐ์สินค้าโอท๊อป อีกจำนวนหนึ่งซึ่งถึงแม้มันจะดูไม่เข้าท่า แต่การอุทิศกายใจให้กับชาวบ้าน ทำให้เขาต้องเกือบเอาชีวิตไม่รอด เช่นกรณี ของข้าวหลามดิลิเวอรี่ก็ทำให้หวานเริ่มเปิดใจให้กับเขา

ขณะที่ความสัมพันธ์ของเขา และหวานกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี พ่อของดลในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัวก็ปรากฏกายขึ้นเพื่อขอให้ลูกชายหัวแก้วหัว แหวนพยายามหาเงินสดก้อนใหญ่เพื่อให้เขาไปชำระหนี้เพื่อที่จะกลับมายืนหยัด ได้อีกครั้งซึ่งเมื่อเขาขอความช่วยเหลือจากดลเสร็จแล้วก็ต้องรีบหลบหนีการ ตามล่าจากบรรดาเจ้าหนี้และเงื้อมมือของกฏหมายต่อไป ดลสงสารพ่อ และกำลังมืดแปดด้านจึงจำเป็นต้องหันหน้าไปพึ่ง ชัย ผู้หมายมั่นปั้นมือที่จะยึดหมู่บ้านของยิ้มให้ได้ ซึ่งชัยปฏิเสธที่จะซื้อที่ของดลโดยอ้างว่า ถึงแม้จะเป็นที่ๆสวยงามเพียงไรแต่ ขนาดไม่พอที่เขาจะสามารถทำประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เขาต้องการที่จะกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากจากบรรดาชาวบ้าน และถ้าดลสามารถโน้ม น้าวจิตใจของลูกบ้านให้ขายที่ดินให้กับเขาได้ เขาจะสมนาคุณให้กับดลอย่างงามด้วยเงินก้อนใหญ่ ที่จะสามารถช่วยปัญหาของพ่อ ของดลได้ ดลรู้สึกเป็นห่วงว่าชัยจะเอาที่ดินไปทำอะไรแต่ชัยสังเกตุเห็นรีบออกตัวว่า เขามีแผนที่จะพัฒนาโคกสำราญให้เป็นแหล่งเพาะปลูกขนาดใหญ่เพื่อป้อนวัตถุดิบ ให้กับโรงงานผลไม้กระป๋องของเขา และจะทำให้ชาวบ้านมั่งคั่งมากขึ้นซึ่งทำให้ ดลสบายใจที่ได้ยินเช่นนั้น ทั้งๆที่รู้ว่าการกระทำเช่นนี้เท่ากับทรยศยิ้มและทรยศความไว้วางใจที่หวานมี ให้กับเขา

แต่ด้วยความสงสารพ่อ ดลจำเป็นต้องทำตามที่ชัยขอร้อง ดลวางแผนพาเพื่อนๆ ในหมู่บ้านไปค้นพบความศิวิไลท์ที่เมืองกรุงจนทำให้หลายๆ คนเผลอหลงไปกับแสง สี เสียง เมืองกรุง จนกลับมาคิดขายที่นา สวนของตนเพื่อไปอยู่กรุงเทพ หวานใจรู้ว่าทั้งหมดดลเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง ทำให้หวานใจเสียใจมาก และออกปากไล่เขาให้ออกไปจากหมู่บ้านของเธอ ด้วยความเสียใจที่ทำให้หวาน ผู้หญิงที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเขาตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแล้วเสียใจ ดลตัดสินใจสวนกระแสเปลี่ยนใจ ไม่ขายที่ดินให้กับชัยและเมื่อเขาไปพบชัย เขาได้พบกับความจริงโดยบังเอิญว่าแท้ที่จริงแล้ว

เขาถูกชัยหลอกมาตั้งแต่ต้น ชัยตั้งใจจะสร้างโรงงานเครื่องกระป๋องในที่ดินของหมู่บ้านโคกสำราญในทันที ที่เขานำเอาไฟฟ้า และประปาที่เป็นเงินหลวงมาพัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้และหมู่บ้านของยิ้มจะกลาย เป็นที่ทิ้งกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมจนสภาพแวดล้อมจะกลายเป็นพิษ ดล ที่รู้ตัวว่าผิดไปแล้วเขาต้องหาทางที่จะต่อสู้กับชัยเพื่อรักษาหมู่บ้านของ หญิงคนรักที่สอนให้เขารู้จักกับความสวยงามของความพอเพียง เพื่อทำให้โคกสำราญกลับมามีความสุขเหมือนกับอดีตที่ผ่านมาโดยใช้ชีวิตเป็น เดิมพัน ติดตามความสนุกได้ในละครบ้านนาคาเฟ่

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/

วันศุกร์ที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-สี(รถยนต์) ทนได้

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-สำหรับผู้รักรถยนต์ ที่ไม่อยากให้สีรถหลุดลอกง่าย ๆ วันนี้เรามีวิธีรักษาสีรถมาฝากกันด้วยล่ะ


- ไม่ควรจอดรถไว้ใกล้ ๆ กับโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานผลิตสารเคมี เพราะฝุ่นละอองจากอาหารสัตว์หรือสารเคมี ที่ปลิวมาติดผิวสีของรถอาจจะเป็นกรดหรือด่างเข้มข้นสามารถกัดสีให้เป็นจุด เป็นดวงได้หรือทำให้สีอ่อนตัวลงได้


- ให้จอดรถในที่ร่มหรือที่อากาศถ่ายเทสะดวก พื้นไม่อับชื้น หากจำเป็นต้องจอดกลางแดดควรใช้ผ้าคลุม เพื่้อป้องกันสีรถซีด


- เมื่อขับรถผ่านบริเวณที่มีฝุ่น โคลน หรือชายทะเลเป็นเวลานานๆ ควรล้างฝุ่น โคลนหรือคราบต่างๆ ออกให้หมดเพราะคราบเหล่านี้ สามารถดูความชื้นได้ดี จึงทำให้ผิวสีเสื่อมคุณภาพได้ง่าย และบางครั้งสิ่งสกปรกที่เกาะติดผิวสีรถก็เป็นสารเคมีที่ทำอันตรายต่อสีรถ ด้วย


- อย่าทำให้รถเกิดรอยขีดข่วน หรือหลุดร่อน เพราะจะทำให้ตัวรถผุและจะลามออกเป็นบริเวณกว้างทั้งนี้เพราะรอย ขีดข่วนจะไม่สามารถป้องกันความชื้นระหว่างผิวสีกับผิวโลหะได้


- หากมีคราบน้ำมันหรือสารเคมีต่างๆ เปื้อนผิวสี ต้องรีบล้างออกทันที โดยใช้ผ้าชุบน้ำสะอาด หรือ ผสมสบู่อ่อนๆ หรือ แชมพูสำหรับล้างรถก็ได้ ห้ามใช้ทินเนอร์ น้ำมัน หรือ สารเคมีใดๆ ทำความสะอาดสีรถโดยเด็ดขาด สารเคมีที่มีโอกาสจะถูกสีรถได้ง่ายก็คือ น้ำมันเบรกซึ่งจะกัดสีในทันทีที่สัมผัสกับสีรถ การใช้จึงต้องระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และ น้ำหอมประจำรถก็มีผลต่อสีรถเช่นกัน หากหกเลอะรถควรรีบใช้ผ้านุ่มที่สะอาดเช็ดออกโดยเร็วและล้างด้วยน้ำ


- สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ควรจะเคลือบสีทุกครั้ง หลังจากการล้างรถ เพื่อป้องกันสิ่งต่าง ๆ ที่จะมาทำลายสีรถ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการขัดเคลือบสี ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการเคลือบสี

ด้วยหลักการเพียงเท่านี้ เราก็สามารถรักษาสีรถไม่ให้หลุดลอกได้ง่าย ซึ่งจะช่วยให้รถดูใหม่ สวยอยู่เสมอ

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/

วันพุธที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ ผู้พิทักษ์รักเธอ

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ ผู้พิทักษ์รักเธอ

ละครแนวบู๊ เมื่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หนุ่ม ที่ต้องกลายมาเป็นบอดี้การ์ดให้นักร้องสาว เรื่องราวของวุ่น ๆ ของเขาและเธอ ความรัก ความโลภที่ต้องการอำนาจและเงินตรา ติตตามอ่านกันได้เลย

"โบ้" (ชาคริต แย้มนาม) ถูกหน่วยงานเพ่งเล็งเพราะใช้ความรุนแรงในการจับกุมคนร้าย ทั้งๆ ที่ความตั้งใจของโบ้คือการขจัดคนชั่วตามหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดี โบ้จึงมียศแค่หมวดเพราะความบุ่มบ่าม หัวแข็ง หัวดื้อและปากหมา แล้วโอกาสของโบ้ก็มาถึง เมื่อได้รับมอบหมายให้ตามจับกุมมือระเบิดคนหนึ่ง โบ้ติดตามความเคลื่อนไหวของมือระเบิดจนรู้ว่ามือระเบิดอยู่ในกรุงเทพฯ จึงสะกดรอยตามไปถึงสวนลุมไนท์พลาซ่าที่กำลังมีงานคอนเสิร์ต โบ้เห็นมือระเบิดหายไปหลังเวทีขณะที่วงดนตรีลูกทุ่งสาวดาวรุ่ง "ลูกโซ่ จิราภา" (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) กำลังทำการแสดง แต่โบ้ไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจตามเข้าไปและพบว่าในกระเป๋าเป้ใบหนึ่งมี ระเบิดซ่อนอยู่

แต่ "ดอกรัก" (พิศาล อัครเศรณี) พ่อของโซ่และเจ้าของวงมาเห็นเลยเข้าใจผิดคิดว่าโบ้เป็นคนร้ายมาวางระเบิด ดอกรักจึงพยายามจะจับโบ้ ซึ่งกว่าจะอธิบายกันรู้เรื่องระเบิดเวลาก็จวนจะทำ งานแล้ว โบ้และดอกรักจึงรีบหนีเอาตัวรอดพร้อมกับตะโกนให้ทุกคนออกไปจากเวทีให้เร็วที่สุด ทั้งคณะจึงพากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง และอีกไม่กี่วินาทีระเบิดก็ปะทุขึ้น อย่างสนั่นหวั่นไหว ทั้งเวทีและข้าวของแหลกเหลวไม่มีชิ้นดีเช่นเดียวกันอนาคตของโบ้ที่นอกจากจะ ไม่ได้เลื่อนยศอย่างที่หวังแล้วโบ้ยังถูกย้ายไปเป็นตำรวจจราจรอีก ทำให้ "สิตา" (ชนกวนัน วัชรคุณ) แฟนสาวที่ร่ำรวยและโด่งดังในวงสังคมรู้สึกผิดหวังในตัวโบ้มาก ด้วยความโกรธโบ้จึงตามไปเอาเรื่องดอกรักที่โรงพยาบาล แล้วโบ้ก็ได้เจอกับโซ่และ "ตุ๊กติ๊ก" (ธงธง มกจ๊ก) ผู้จัดการของโซ่ เมื่อโบ้เจอดอกรักก็เปิดฉากต่อว่าทันทีว่าดอกรักเข้ามาขัดขวางการปฏิบัติงาน จนทำให้เขาจับมือระเบิดไม่ได้ โซ่จึงสวนกลับว่าโบ้เป็นตำรวจแท้ๆ แต่กลับไม่มีฝีมือ พอทำพลาดก็มาพาลใส่คนอื่น ทั้งคู่ระเบิดอารมณ์ใส่กันอย่างรุนแรงถึงขั้นสาปส่งว่าอย่าได้เจอหน้ากันอีก เลย...



เมื่อโบ้ต้องมาทำหน้าที่ตำรวจจราจร โบ้ก็จับพวกฝ่าฝืนกฎอย่างไม่ไว้หน้าใครจนทำให้รถติดยาวเป็นกิโล โบ้จึงโดนหัวหน้าเรียกตัวและสั่งย้ายไปเป็นเทศกิจ ครั้งนี้โบ้ฉุนขาดจึงตัดสินใจลาออกทันที แล้วโบ้ก็กลายเป็นคนตกงานเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งลำพังแค่เงินเดือนโบ้ก็ไม่ค่อยจะมีกินอยู่แล้ว ยิ่งมาเตะฝุ่นแบบนี้โบ้ยิ่งแทบจะกัดก้อนเกลือกินเลยทีเดียว ขณะเดียวกันโซ่กับดอกรักก็กำลังมีปัญหากับ "เสี่ยอ่าง" (ยิ่งยง ยอดบัวงาม) เจ้าของค่ายเทปที่โซ่เคยเซ็นสัญญาด้วย แต่โดนเสี่ยวอ่างเอารัดเอาเปรียบสารพัด เมื่อหมดสัญญาโซ่จึงไม่ต่อสัญญา ทำให้เสี่ยอ่างเสียผลประโยชน์มหาศาล เสี่ยอ่างเลยเล่นสกปรกด้วยการให้ข่าวทำลายโซ่ว่าเนรคุณ ลืมบุญคุณคน

ดอกรักจึงคิดว่าการที่เวทีถูกวางระเบิดนั้นน่าจะเป็นฝืมือของเสี่ยอ่าง แต่ตำรวจยังหาหลักฐานมัดตัวไม่ได้ ดอกรักจึงคิดจะจ้างบอดี้การณ์มาคุ้มครอง ประกอบกับดอกรักรู้ว่าโบ้ลาออกจากงานเพราะเขาเป็นต้นเหตุ จึงให้ "หล่อลาก" (ดี๋ ดอกมะดัน) น้องชายไปชวนโบ้มาทำงาน โบ้กลับเชิดใส่ แต่เมื่อโดนบรรดาเจ้าหนี้ตามทวงทั้งเช้า กลางวัน เย็น โบ้จึงจำใจไปหาดอกรัก แต่เมื่อรู้ว่าดอกรักจะจ้างเขามาเป็นบอดี้การ์ด โบ้รีบปฏิเสธทันที เพราะตำรวจที่ภาคภูมิใจในเลือดสีกากีอย่างเขาไม่คิดจะเดินตามหลังใครเด็ดขาด แต่เมื่อโดนโซ่ดูถูกแถมยังทำท่ารังเกียจที่จะมีโบ้เข้ามาอยู่ในวง ด้วยความหมั่นไส้โบ้จึงตกลงทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้ดอกรักทันทีด้วยค่าเงิน จ้างก้อนโต จากนั้นมาโบ้ก็ติดตามดอกรักออกทัวร์คอนเสิร์ตตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งใจจริงแล้วโบ้ไม่ชอบงานนี้เลย ต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทำเพราะไม่มีทางเลือก และด้วยใจที่มีอคติโบ้กับโซ่จึงมักจะมีเหตุให้ต้องปะทะคารมกันอยู่เรื่อยๆ โดยไม่มีใครยอมใคร แต่ดูเหมือนว่ากลับทำให้ทั้งคู่แอบมีใจให้แก่กันโดยไม่รู้ตัว แม้ต่างฝ่ายต่างก็มีคนรักอยู่แล้ว โดยโบ้มีสิตา ในขณะที่โซ่มี "อัฐ" (กริช หิรัญพฤกษ์) หนุ่มเพลย์บอยที่ดอกรักไม่ค่อยชอบขี้หน้านัก

ตั้งแต่โบ้เริ่มทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้ดอกรัก ทั้งเขาและดอกรักมักจะประสบเหตุการณ์ร้ายๆ อยู่เสมอ ซึ่งแรกๆ ก็ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ แต่หลังๆ เหตุการณ์กลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนโบ้เริ่มสังเกตุและได้รู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมดอกรักจึงจ้างเขามา เป็นบอดี้การ์ด นั่นเป็นเพราะดอกรักรู้ว่ากำลังมีคนปองร้าย และด้วยสัญชาตญาณของตำรวจโบ้มุ่งเป้าไปที่เสี่ยอ่างทันที โดยพยายามให้ "จ่าห้อย" (ปฏิญญา วิบูลย์นันท์) อดีตตำรวจคู่หูคอยสืบหาหลักฐาน แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าจนสถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นเมื่อดอกรักถูกลอบยิงอย่าง จับมือใครดมไม่ได้ แต่ครั้งนี้ดอกรักรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดเพราะฝีมือโบ้ โบ้จึงตัดสินใจให้ดอกรักงดเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต เพราะจ่าห้อยสืบข่าวมาได้ว่าเสี่ยอ่างวางแผนจะส่งคนมาอุ้มดอกรักที่เวที คอนเสิร์ต


แต่ข่าวกลับออกมาว่าสาเหตุที่โซ่หยุดเดินสายเพราะมีอะไรกับบอดี้การ์ดหนุ่ม จนตั้งท้อง โซ่จึงต้องออกมาแถลงข่าวว่าไม่ได้ท้อง แต่เป็นเพราะป่วยและต้องการเวลาพักผ่อน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้โบ้กับโซ่แอบเห็นใจกันและกัน แต่ทั้งคู่ต่างก็เลือกที่จะเก็บความรู้สึกนี้ไว้ในใจเพราะรู้แก่ใจดีว่าต่าง คนก็มีคนรักของตัวเอง แต่แล้วเรื่องราวกลับเลวร้ายไปกันใหญ่ เมื่ออัฐและสิตาตามมาหึงหวงถึงบ้านดอกรัก ซึ่งอัฐมีเรื่องชกต่อยกับโบ้ ส่วนสิตาก็ด่าโซ่ว่าเป็นผู้หญิงแพศยาทำให้โซ่สติแตกขับรถหนีไป โบ้รีบกระโดดขึ้นรถตามไปทันที ทั้งคู่ได้โอกาสปรับความเข้าใจกันแล้วสุดท้ายก็สวมกอดกันด้วยความรู้สึกที่ ต่างฝ่ายต่างโหยหา แต่ดอกรักเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีจึงโกรธโบ้มาก หล่อลากได้ทีจึงใส่ไฟซ้ำว่าโบ้คิดจะรวบหัวรวบหางโซ่เลยกุข่าวว่าจะมีคนมา อุ้มดอกรัก จนทำให้ต้องงดทัวร์คอนเสิร์ตและทำให้ทุกคนในวงเดือดร้อนกันไปหมด

ดอกรักจึงตัดสินใจจัดเดินสายต่อโดยไม่ฟังคำทัดทานของโบ้ ซ้ำยังคาดโทษโบ้ว่าให้มุ่งแต่ทำงานอย่ามายุ่งกับโซ่เด็ดขาด และในงานเดินสายคืนแรก คนของเสี่ยอ่างมาที่เวทีหวังจะอุ้มโซ่ เมื่อโบ้เห็นเข้าจึงวิ่งขึ้นไปสั่งเลิกการแสดงแล้วตามไปจับคนร้าย แต่คนร้ายหนีไปได้ โบ้จึงไม่มีหลักฐานมายืนยันว่าสิ่งที่เขาเตือนเป็นเรื่องจริง งานนี้ดอกรักโกรธมากจึงต่อว่าโบ้ที่เป็นต้นเหตุทำให้คอนเสิร์ตเสียหายนับแสน ที่สำคัญยังทำให้ "องุ่นศรี" (น้อย โพธิ์งาม) คนเก่าแก่ในวงเกิดหกล้มได้รับบาดเจ็บอีก ดอกรักจึงยิ่งโกรธโบ้มากถึงขั้นมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนโบ้ตัดสินใจลาออกท่ามกลางความผิดหวังของโซ่ที่แอบหวังอยู่ในใจว่าโบ้น่าจะ อยู่ และสู้ต่อ เพื่อพิสูจน์ความจริง

เมื่อโบ้ลาออกไป หล่อลากก็เปิดเผยธาตุแท้ทันทีโดยวางแผนฆ่าดอกรักเพื่อหวังจะฮุบวง แต่ในขณะที่กำลังจะลงมือนั้น ดอกรักกลับบอกหล่อลากว่าเขาตัดสินใจวางมือจากวง และขอยกวงให้หล่อลากเป็นคนดูแลแทน หล่อลากดีใจมากจึงล้มเลิกแผนการฆ่า และตั้งแต่หล่อลากเข้ามาดูแลวงก็แอบขึ้นค่าตัวโซ่และยักยอกเงินเข้ากระเป๋า ตัวเอง ส่วนโบ้นั้นชีวิตก็ตกต่ำจนต้องมาทำงานเป็นพนักงานในมินิมาร์ท แต่โลกกลมกว่าที่คิดเพราะโบ้บังเอิญเห็นเสี่ยอ่างที่คอนโดใกล้ๆ มินิมาร์ทและได้รู้ว่าเสี่ยอ่างนัดพบกลุ่มคนน่าสงสัย โบ้จึงตามไปสืบหาเบาะแส โดยมีจ่าห้อยเป็นผู้ช่วย ด้านดอกรักก็คิดหาทางแก้ปัญหาเรื่องความบาดหมางกับเสี่ยอ่างด้วยการเจรจายอม ให้โซ่กลับมาเซ็นสัญญากับเสี่ยอ่างอีกครั้ง แต่เซ็นแค่ปีต่อปีเท่านั้น โดยเสี่ยอ่างจะได้ผลประโยชน์แค่ 20% แต่โบ้สืบมาได้ว่าเสี่ยอ่างคิดไม่ซื่อหวังจะจับโซ่เซ็นสัญญาไปตลอดชีวิต ซึ่งก่อนวันที่ดอกรักจะพาโซ่ไปเซ็นสัญญาโบ้ส่งจ่าห้อยให้ไปเตือนดอกรักว่า เสี่ยอ่างคิดไม่ซื่อ แต่ดอกรักไม่อยู่จ่าห้อยเลยฝากหล่อลากไปเตือนแทน โดยมี "แก้วตา" (ลูกนก สุภาพร) นักร้องอีกคนในวงที่แอบได้ยิน

ขณะที่หล่อลากจะเตือนดอกรักนั้นกลับถูกดอกรักต่อว่าเรื่องรับงานมากเกิน ไปจนทำให้ทุกคนในวงหมดสภาพไปตามๆ กัน โดยเฉพาะแก้วตาที่ถึงกับต้องหามส่งโรงพยาบาล ดอกรักจึงขู่ว่าจะยึดวงคืนถ้าหล่อลากไม่เชื่อฟัง หล่อลากเลยคิดจะกำจัดดอกรักอีกครั้งโดยใช้อัฐเป็นเครื่องมือเพราะรู้ว่าอัฐ กำลังร้อนเงินเพราะติดหนี้พนันจนโดนขู่ฆ่า หล่อลากจึงยื่นข้อเสนอให้อัฐเป็นคนลงมือฆ่าดอกรักเพื่อแลกกับเงิน 1 ล้านเพื่อเอาไปใช้หนี้ โดยให้อัฐลงมือในวันที่ดอกรักพาโซ่ไปเซ็นสัญญากับเสี่ยอ่างและในวันที่ดอกรักพาโซ่ไปเซ็นสัญญา ตุ๊กติ๊กก็ไปเยี่ยมแก้วตาที่โรงพยาบาลพอดี จึงได้รู้จากแก้วตาว่าจ่าห้อยฝากมาเตือนดอกรักผ่านหล่อลากว่าห้ามดอกรักพา โซ่ไปเซ็นสัญญากับเสี่ยอ่างเพราะจะโดนหักหลัง ตุ๊กติ๊กจึงรีบโทรบอกโบ้ทันที โบ้รีบตามให้จ่าห้อยไปช่วย ขณะเดียวกันก็เป็นเวลาที่ดอกรักกับโซ่ถูกเสี่ยอ่างบังคับให้เซ็นสัญญาเสร็จพอดี

แล้วโบ้กับจ่าห้อยก็บุกเข้าไปช่วยโดยโบ้พาโซ่หนีไป ส่วนดอกรักหนีไปกับจ่าห้อยอีกทาง เสี่ยอ่างไม่ยอมแพ้รีบวิ่งตามดอกรักไปจนๆ มุม เสี่ยอ่างยกปืนขึ้นขู่ดอกรัก ขณะเดียวกันอัฐที่แอบซุ่มอยู่ก็ลั่นไกยิงมาที่ดอกรัก แต่ด้วยความตื่นเต้นกระสุนเลยพลาดเป้าไปโดนไหล่แทน หลังสิ้นเสียงปืน ตำรวจกรูเข้ามาจับเสี่ยอ่างทันที อัฐเลยชิงหนีไปแบบหวุดหวิด แต่หลังการสืบสวนของตำรวจพบว่าทั้งวิถีกระสุนและกล้องวงจรปิดยืนยันได้ว่า

เสี่ยอ่างไม่ได้เป็นคนยิง แต่มือปืนที่แท้จริงคืออัฐ อัฐจึงรีบโทรขอเงินค่าจ้างจากหล่อลากเพื่อหนีข้ามประเทศ โดยขู่ว่าถ้าหล่อลากไม่ช่วยอัฐจะแฉว่าหล่อลากคือผู้บงการเรื่องทั้งหมด หล่อลากจึงนัดเอาเงินไปให้อัฐ โดยวางแผนฆ่าปิดปาก แต่อัฐหนีรอดไปได้ก่อนจะตัดสินใจติดต่อโซ่เพื่อบอกความจริงว่าใครคือผู้ บงการ โดยมีข้อแม้ว่าโซ่ต้องเอาเงิน 1 ล้านมาแลก หลังจากเหตุการณ์นี้ดอกรักจึงกลับไปขอร้องให้โบ้กลับมาเป็นบอดี้การ์ดให้เขา อีกครั้ง เพราะคิดว่าคนอย่างอัฐไม่น่าคิดฆ่าเขาได้ และแน่ใจว่าจะต้องมีคนบงการอยู่เบื้องหลังแน่นอน ประกอบกับดอกรักรู้ว่าหล่อลากแอบขึ้นค่าตัวโซ่ แถมยังยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง เลยให้โบ้กับจ่าห้อยคอยตามดูพฤติกรรมหล่อลากไม่ให้คลาดสายตา

ด้านโซ่ด้วยความที่อยากรู้ความจริงจึงแอบไปหาอัฐ โดยมีโบ้สะกดรอยตามไปและทำให้โบ้เข้าใจผิดว่าโซ่คิดจะช่วยอัฐหนี ด้วยความโมโหบวกกับความหึงโบ้จึงโผล่อกมาหวังจะจับอัฐให้ได้ อัฐตกใจมากแต่ก็หนีไปได้โดยที่ยังไม่ได้บอกความจริงกับโซ่ และในเย็นวันนั้นก็มีข่าวอัฐถูกฆ่าตาย ทำให้โซ่ยิ่งโกรธโบ้มากขึ้นที่ทำให้เธอพลาดโอกาสที่จะรู้ความจริง โดยโบ้เองก็รู้สึกผิดมากเช่นกันและสัญญาว่าจะสืบหาฆาตกรตัวจริงให้ได้

หลังการตายของอัฐตำรวจปิดคดีว่าอัฐคือผู้ร้ายที่วางแผนฆ่าดอกรัก และถูกฆ่าโดยนักเลงที่บ่อนส่งมาฆ่าล่างหนี้ แต่โบ้และดอกรักไม่ปักใจเชื่อ ดอกรักจึงให้โบ้คอยจับตาดูหล่อลากทุกฝีเก้า แต่เมื่อหล่อลากรู้ตัวจึงคิดจะกำจัดโบ้ในงานคอนเสิร์ต โดยหลอกใช้โซ่เป็นเครื่องมือเพื่อล่อโบ้ไปที่เวทีคอนเสิร์ตอีกแห่งหนึ่ง แล้วโบ้ก็ถูกล้อมวงยิงอย่างหนัก โบ้กัดฟันสู้ยิบตาแล้วรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด จึงรีบไปบอกความจริงกับทุกคนว่าหล่อลากเป็นน้องทรพีคิดฆ่าพี่ชายตัวเอง ทุกคนในคณะตกใจมากโดยเฉพาะดอกรัก แต่เมื่อหล่อลากจนตรอก จึงจับตัวโซ่เป็นตัวประกันเพื่อต่อรอง โบ้จึงรีบตามไปช่วยโซ่ทันที...ความบ้าระห่ำแบบเกินพิกัดของโบ้จะสามารถพิทักษ์ชีวิตโซ่ได้หรือไม่ ติดตามได้ในละคร "ผู้พิทักษ์รักเธอ"

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ อยากหยุดตะวันไว้ที่ปลายฟ้า


ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ อยากหยุดตะวันไว้ที่ปลายฟ้า

เมื่อบอดี้การ์ดหนุ่มหล่อ ต้องมาคุ้มครองดูแลเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ที่แสนสวย ความใกล้ชิดก็เลยก่อเกิดเป็นความรัก แล้วความรักระหว่างเจ้าหญิงและสามัญชนจะเป็นอย่างไร สมหวัง หรือผิดหวัง ติดตามกันได้เลย...

ณ ประเทศเล็กๆ แห่งหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศพม่าชื่อว่า ศิขริน เป็นประเทศที่ยังมีการปกครองในระบอบกษัตริย์ ซึ่งเรียกขานกันว่า “เจ้าทรงสวรรค์” ประชาชนชาวศิขรินอยู่กันอย่างสงบสุข และแม้ว่าศิขรินเป็นประเทศเล็กๆ แต่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อันได้แก่ น้ำมัน ทำให้พ่อค้านักธุรกิจนานาชาติต่างสนใจที่จะทำการค้าขายกับศิขริน รวมทั้งประเทศไทยก็ถือเป็นประเทศพันธมิตรของศิขรินด้วย ความวุ่นวายเริ่มขึ้นเมื่อ เจ้าวิษณุ (เกรียงไกร อุณหะนันท์) เจ้าทรงสวรรค์องค์ปัจจุบันมีดำริจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง ให้เป็นระบอบประชาธิปไตย เยี่ยงอารยะประเทศทั่วโลก ยังความไม่พอใจให้แก่ เจ้าวงศา (สถาพร นาควิลัย) อนุชาผู้อ่อนแอ ที่ต้องการจะรักษาอำนาจการปกครองเอาไว้ในมือตน เจ้าวงศาสมคบกับ นายพลศารทูล (พล ตัณฑเสถียร) ผู้กุมอำนาจสูงสุดทางทหาร เพื่อหาทางยึดอำนาจจากเจ้าวิษณุ เป้าหมายของทั้งสองคือจะหาทางควบคุมตัวเจ้าวิษณุ บังคับให้สละราชสมบัติให้เจ้าวงศาครองราชย์ เป็นเจ้าทรงสวรรค์องค์ต่อไป

แต่นายพลศารทูลนั้นทะเยอทะยานมากกว่าที่เจ้าวงศาคิด ความต้องการที่แท้จริงของ ศารทูลคือการล้มล้างระบอบกษัตริย์ และจัดตั้งรัฐบาลทหาร เพื่อเปิดทางให้ตนเองกุมอำนาจสูงสุด ศารทูลแกล้งเล่นละครเป็นผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์ของเจ้าวงศา มีเพียง ราเชนทร์ นายทหารคนสนิทของศารทูลเท่านั้นที่รู้ว่า หากเจ้าวงศาขึ้นครองราชย์ได้แล้ว ศารทูลจะกำจัดเจ้าวงศาเป็นรายต่อไป

วันหนึ่ง เจ้าวิษณุถูกลอบยิงขณะกำลังเดินทางออกจากวัง มือปืนถูกทหารของ นรการ (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) มุขมนตรี แห่งพระราชวังศิขรินจับตัวได้ แต่มือปืนชิงฆ่าตัวตายหนีการสอบสวนไปก่อน จึงไม่รู้ว่าใครคือผู้ออกคำสั่ง นรการมั่นใจว่าเจ้าวงศาและศารทูลอยู่เบื้องหลัง การกระทำครั้งนี้ เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐาน แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เจ้าวิษณุกังวลในความปลอดภัยของลูกสาว เจ้าหญิงนภัสสราวดี ( แกรนด์-พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า) ที่กำลังจะเดินทางกลับบ้านในช่วงปิดเทอม เจ้าวิษณุจึงมีคำสั่งให้ เพ็ญโสม (มยุริญ ผ่องผุดพันธุ์) พระพี่เลี้ยงเดินทางไปรับตัวเจ้าหญิงจากฝรั่งเศส และพาไปพักผ่อนที่ประเทศไทย โดยการเดินทางครั้งนี้ เจ้าหญิงจะเปิดเผยฐานันดรศักดิ์ที่แท้จริงให้ใครรู้ไม่ได้



เจ้าหญิงนภัสสราวดี จึงเดินทางมาประเทศไทยในนามของ “นภัสสร วิษณุวรรษ” ทางฝ่ายประเทศไทย ชาตรี (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์) และ พล (หยวน-นิธิชัย ยศอมรสุนทร) เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ผู้รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหญิง มีหน้าที่หาผู้คุมกันมือดีมาอารักขาความปลอดภัยให้กับเจ้าหญิงในระหว่างพัก ที่อยู่ในประเทศไทย และด้วยความจำเป็นที่ไม่อาจเปิดเผยตัวจริงของเจ้าหญิง จึงไม่สามารถใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานนี้ได้ พลจึงเสนอให้จ้าง น้ำเชี่ยว (สน-ยุกต์ ส่งไพศาล) เพื่อนสนิทของเขา ให้มาทำงานนี้

ในตอนแรก น้ำเชี่ยวไม่ยอมรับจ้าง เพราะเขามีกฏว่าเขาจะต้องรู้จักประวัติส่วนตัว ของลูกค้าเป็นอย่างดีก่อนรับงาน ชาตรีกับพลจึงต้องร่วมมือกันปลอมแปลงประวัติของเจ้าหญิง โดยหลอกให้น้ำเชี่ยวเข้าใจว่า นภัสสรเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีชาวเชียงใหม่ที่มีธุรกิจเหมืองเพชรอยู่ที่ แอฟริกาใต้ และเธอกำลังถูกปองร้ายโดยหุ้นส่วนของพ่อ ที่ต้องการจับตัวเธอไปต่อรองทางธุรกิจ น้ำเชี่ยวจึงยอมรับจ้าง ในวันแรกที่นภัสสรมาถึงเมืองไทย เธอก็ถูกน้ำเชี่ยวควบคุมบังคับอย่างเข้มงวด นภัสสรไม่พอใจมาก จึงตั้งหน้าตั้งตาขัดคำสั่ง และพยายามจะเอาชนะน้ำเชี่ยวตลอดเวลา แต่น้ำเชี่ยวก็อาศัยความสามารถที่เหนือกว่าปราบนภัสสรได้ทุกครั้ง นภัสสรเจ็บใจมาก แต่ขณะเดียวกัน ก็ชื่นชมในตัวน้ำเชี่ยวมากขึ้นทุกวัน เช่นเดียวกับน้ำเชี่ยว ที่แอบประทับใจในตัวนภัสสรอยู่เงียบๆ

ขณะเดียวกันนั้น ทางศิขิรินเกิดความขัดแข้งขึ้นระหว่างเจ้าวงศากับนายพลศารทูล เมื่อศารทูลถูกนรการสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังการลอบปลงพระชมน์ ศารทูลจึงถูกลดอำนาจด้วยคำสั่งโยกย้ายกำลังพล ศารทูลรู้ว่านรการไหวตัวทัน จึงต้องการจะกำจัดเจ้าวิษณุในทันที แต่เจ้าวงศาไม่ยอม แต่ให้หาหนทางอื่นมาบีบบังคับเจ้าวิษณุให้สละราชย์สมบัติแทน นั่นก็คือเจ้าหญิงนภัสสราวดีนั่นเอง ศารทูลส่งคนไปจับตัวเจ้าหญิงที่ฝรั่งเศส แต่พบว่าเจ้าหญิงเดินทางออกจากฝรั่งเศสแล้ว และไม่มีใครทราบว่าเจ้าหญิงเดินทางไปที่ไหน ศารทูลจึงสั่งให้เส้นสายของเขาติดตามหาตัวเจ้าหญิงโดยด่วน

ที่เมืองไทย นภัสสรได้พบ หทัยรัตน์ (ปีใหม่-สุมนรัตน์ วัฒนาเศลารัตน์) เพื่อนรุ่นพี่ที่เคยเรียนด้วยกันที่ปารีส นภัสสรจึงออกไปเที่ยวนอกบ้าน และได้ไปรู้จักกับ วิโรจน์ (ณัฐ ฏ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เจ้าของร้านเพชรชื่อดัง วิโรจน์อาศัยความสนิทสนมกับหทัยรัตน์เข้ามาจีบนภัสสร ทำให้น้ำเชี่ยวไม่พอ ใจ เพราะวิโรจน์มีท่าทีไม่น่าไว้วางใจ นภัสสรจึงแกล้งยั่วน้ำเชี่ยว ด้วยการสนิทสนมกับวิโรจน์ ทั้งๆ ที่ตัวเธอก็ไม่ได้ชอบวิโรจน์นัก

วิโรจน์แนะนำนภัสสรให้รู้จักกับ อายุธ พิชิตชาญ (ภูริ หิรัญพฤกษ์) ลูกค้าของเขา ซึ่งมีเบื้องหลังเป็นเจ้าพ่อค้าอาวุธสงคราม และมีธุรกิจผิดกฏหมายหลายอย่าง โดยไม่รู้ว่าอายุธนั้นติดต่อค้าขายอยู่กับนายพลศารทูล อายุธคุ้นหน้านภัสสร จึงส่ง เกวลิน (โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์) เมียเก็บของตนเข้ามาตีสนิทกับน้ำเชี่ยวเพื่อลอบสืบความลับเกี่ยวกับตัว นภัสสร เพราะเกวลินเป็นคนรักเก่าของน้ำเชี่ยว ที่เคยทอดทิ้งเขาไปเพราะความจน เกวลินรักอายุธจึงยอมทำตาม ด้วยการเข้ามาหว่านเสน่ห์ตีสนิทกับน้ำเชี่ยว ทำให้นภัสสรแอบหึงหวงโดยไม่รู้ตัว เธอจึงประชดน้ำเชี่ยวด้วยตอบรับคำเชิญของวิโรจน์ เป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ในงานเดินแฟชั่นโชว์เครื่องประดับเพชร ทำให้น้ำเชี่ยวไม่พอใจมาก

อายุธสืบจนแน่ใจว่านภัสสรคือเจ้าหญิงนภัสสราวดีที่นายพลศารทูลกำลังหาตัว อยู่ แต่อายุธไม่ยอมบอกเบาะแสให้กับศารทูล เพราะต้องการต่อรองการค้ากับศิขริน ศารทูลรู้เพียงว่าเจ้าหญิงอยู่ที่เมืองไทย แต่ไม่อาจเอาตัวกลับไปได้ ศารทูลโกรธมากที่ตกเป็นเบี้ยล่างของอายุธ แต่ก็ต้องจำยอม อายุธสัญญาจะจับตัวเจ้าหญิงไปให้ แลกกับการเป็นเจ้าของสัมปทานผูกขาดในธุรกิจน้ำมันของศิขริน ศารทูลยอมตกลง



ในงานเดินแฟชั่นโชว์เพชร อายุธส่งคนเข้าจับตัวนภัสสร น้ำเชี่ยวไหวตัวทัน ช่วยนภัสสรเอาไว้ได้ ทำให้นภัสสรได้รู้ว่ามีคนปองร้ายเธอจริงๆ เธอรู้สึกผิดที่ไม่เชื่อฟังน้ำเชี่ยวและขอโทษเขาอย่างจริงใจ ทั้งสองจึงกลับมาดีกัน ความสัมพันธ์ระหว่างนภัสสรกับน้ำเชี่ยว เพ็ญโสมอ่านออกว่าทั้งสองรู้สึกต่อกันเช่นไร เธอรู้ว่ามันไม่อาจเป็นไปได้ จึงพยายามขัดขวาง แต่ก็ไม่สำเร็จ ทางศิขริน เมื่ออายุธไม่อาจนำตัวเจ้าหญิงนภัสสราวดีมาให้ได้ นายพลศารทูลทนไม่ไหว จึงตัดสินใจทำรัฐประหาร และจะสังหารเจ้าวิษณุ นรการช่วยให้เจ้าวิษณุหนีไปได้พร้อมกับเลอมาน นายทหารองค์รักษ์ ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ชายแดนตอนเหนือ

เจ้าวงศาขึ้นครองราชย์แทนด้วยการสนับสนุนของรัฐบาลทหาร และประกาศให้เจ้าวิษณุเป็นกบฏ และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยส่งตัวเจ้าหญิงนภัสสราวดี ที่เชื่อว่าหลบหนีอยู่ในประเทศไทยกลับมาศิขริน ประชาชนชาวศิขรินต่างไม่พอใจ ลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลของเจ้าวงศา เกิดความวุ่นวายจนเป็นข่าวไปทั่วโลก ทำให้น้ำเชี่ยวรู้ความจริงว่านภัสสรคือเจ้าหญิง เขาโกรธมากที่ถูกหลอก และขอลาออกทันที พลกับชาตรีรู้ดีว่ารัฐบาลของเจ้าวงศาเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม และรู้ว่าเจ้าหญิงจะตกอยู่ในอันตรายถ้าหากถูกส่งตัวกลับคืนไป แต่ในทางการเมือง ทางการไทยจำเป็นต้องส่งตัวเจ้าหญิงกลับ

พลจึงขอให้น้ำเชี่ยวช่วยพาเจ้าหญิงหลบหนีไป น้ำเชี่ยวสงสารจึงพาเจ้าหญิงและเพ็ญโสมหลบไปซ่อนตัวที่บ้านเกิดของเขาที่ชาย ทะเล ท่ามกลางการไล่ล่าของตำรวจไทย พวกของศารทูล และพวกของอายุธ ทุกคนต่างแข่งกันตามหาตัวเจ้าหญิง ทำให้การหลบหนีเป็นไปอย่างยากลำบาก อายุธใช้ให้เกวลินเป็นไส้ศึกล้วงความลับจากน้ำเชี่ยว เพื่อนำข้อมูลไปต่อรองกับศารทูล ศารทูลยินยอมร่วมมือกับอายุธ

ในที่สุด เจ้าหญิงก็ถูกจับตัวกลับไปศิขรินจนได้เจ้าหญิงถูกศารทูลจองจำเอาไว้ เพื่อบีบให้เจ้าวิษณุออกจากที่ซ่อนมาสละราชสมบัติให้เจ้าวงศาขึ้นครองราชย์ อย่างถูกต้อง อายุธเร่งรัดศารทูลให้จัดการเรื่องสัมปทานตามที่สัญญาไว้ แต่ศารทูลมีทีท่าว่าจะทรยศหักหลังอายุธ อายุธกับเกวลินถูกกักบริเวณอยู่ในศิขริน เจ้าวงศาเพิ่งได้รู้ว่าไว้ใจคนผิด แท้ที่จริงแล้วศารทูลต้องการอำนาจสูงสุด ตัวพระองค์เองจะเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่ก็สายไปเสียแล้วขณะเดียวกัน น้ำเชี่ยวก็ตัดสินใจจะบุกเข้าไปที่ศิขรินเพื่อช่วยเจ้าหญิงให้พ้นจากอันตราย เขาจะทำสำเร็จหรือไม่? ติดตามได้ใน “อยากหยุดตะวันไว้ที่ปลายฟ้า”

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/

วันอาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

แจกฟรีของขวัญปีใหม่ 2553-เรื่องย่อ วุ่นนักรักข้างตลาด



แจกฟรีของขวัญปีใหม่ 2553
-เรื่องย่อ วุ่นนักรักข้างตลาด


เป็นเรื่องของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่อยู่ในตลาด ผู้ที่มีความฝัน และพร้อมจะฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อสร้างฝันให้เป็นจริง ภายใต้เรื่องราววุ่นวายของ“ความรัก” ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไรอ่านกันได้เลย

“นิพัท”(อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม) ลูกชายของ “คุณนายดุจดาว” (เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์)เจ้าของตลาดที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเค็ม เป็นที่หมายปองของสาวๆ เพราะนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อนาคตไกล นิพัทหมั้นกับ “มณีริสา”(มนัญญา ลิ้มเสถียร) ลูกสาว“เสี่ยเล้ง”(จิรศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ) นักธุรกิจห้างสรรพสินค้า ตามความต้องการของคุณนายดุจดาว ซึ่งมณีริสาเองก็มีใจให้นิพัท เธอเรียนบริหารธุรกิจปีสุดท้าย โดยมี “สรกฤต”(วิวิศน์ บวรกีรติขจร) เป็นเพื่อนสนิท

“แพรวา หรือแพร”(ศุภรดา เต็มปรีชา) สาว น้อยนักฝัน ที่มักคิดเสมอว่าชีวิตคงจะเหมือนในละครหรือนิยาย และเฝ้ารอว่าจะมีชายในฝันผู้สูงศักดิ์มาพบรักกับสาวน้อยลูกแม่ค้าอย่างเธอแพรอยู่กับ “แม่แก้ว” หรือ “แก้วตา”(สุปราณี เจริญผล) ขายอาหารตามสั่งและข้าวต้มโต้รุ่ง โดยมี สรกฤต หนุ่มตี๋ข้างบ้านลูกชาย “แปะยิ้ม”(วิ สรรค์ ฉัตรรังสิกุล) เจ้าของเขียงหมูในตลาด คอยดูแลสารพัด สรกฤตมีใจให้แพร โดยที่แพรไม่รู้ตัว คิดเพียงว่าสรกฤตเป็นพี่ชายที่แสนดี

แพร ได้เจอกับนิพัท และคิดว่านิพัทเป็นผู้ชายในฝันของเธอ นิพัทเองก็มีใจให้กับแพรไม่น้อย แต่ก็เกรงใจผู้เป็นแม่ และมณีริสา ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ดี เพียบพร้อม คอยเอาอกเอาใจดูแลสารพัดอย่าง จนบางครั้งเขาก็รู้สึกละอายใจ เพราะลึกๆ แล้วนิพัทยังไม่ได้คิดอะไรกับมณีริสา สรกฤตรู้ว่าแพรปลื้มนิพัทก็เสียใจ แต่ยังทำตัวให้เป็นพี่ชายที่แสนดีต่อไป เพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีอะไรจะไปสู้นิพัทได้เลย

“กวิน”(สุขพัฒน์ โลห์วัชรินทร์) เพื่อนในกลุ่มแอบหลงรักมณีริสา และให้สรกฤตช่วยเป็นพ่อสื่อให้ แต่มณีริสาบอกว่าเธอมีคู่หมายแล้ว เมื่อรู้เรื่องมณีริสากับนิพัท สรกฤตเริ่มเป็นห่วงแพรวา

คุณนายดุจดาวจะยกเลิกตลาดสด เพื่อร่วมหุ้นทำห้างสรรพสินค้ากับเสี่ยเล้ง ชาวตลาดรู้ข่าวจึงประท้วงคุณนายดุจดาวขนานใหญ่ ถึงขนาดบุกจะถล่มบ้านคุณนาย จนนิพัทต้องมาคลี่คลายสถานการณ์และคุยกับแม่และเสี่ยเล้งจนยกเลิกโครงการ สร้างห้างสรรพสินค้า จากเหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้มณีริสาปลื้มนิพัทมากขึ้น นิพัทนัดเที่ยวกับแพร วาพร้อมกับสารภาพรักกับเธอ แพรเล่าให้สรกฤตฟัง สรกฤตไม่พอใจที่นิพัทจับปลาสองมือ เพราะคนนึงก็คนรักคนนึงก็เพื่อนสนิท จึงมาต่อว่านิพัท ทั้งคู่เลยทะเลาะกัน

คุณนายดุจดาวจัดงานเลี้ยงวัน เกิด ครบรอบ 50 ปี เธอเปิดตัวมณีริสาอย่างเป็นทางการในฐานะว่าที่สะใภ้ แต่นิพัทก็ยังวนเวียนกับแพรและอธิบายว่าเมื่อถึงเวลาเขาจะบอกกับแม่ของเขา เองขอให้แพรอดทน สรกฤตตัดสินใจเดินตามฝันของตัวเอง ด้วยการทำฟาร์มหมูอนามัยที่ต่างจังหวัด ทำให้สรกฤตกับแพรเริ่มห่างกันมากขึ้น เมื่อสรกฤตไม่อยู่แพรเองก็รู้สึกเหงา ว้าเหว่ และกลายเป็นคนเงียบขรึม จนแม่แก้วเป็นห่วงและเตือนสติลูกสาวว่าชีวิตคนเราไม่ได้เหมือนในละคร อยากให้แพรมองโลกตามความเป็นจริงแล้วจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ต้องการใคร..

กิจการของสรกฤต เป็นไปด้วยดี จึงรับป๊ามาอยู่ด้วย ยิ่งทำให้แพรวาและสรกฤตห่างกันมากขึ้น แต่ความห่างกับทำให้แพรวาชัดเจนในความรู้สึกมากขึ้น เมื่อเรียนจบเธอรีบตามไปของานสรกฤตที่ฟาร์ม แต่สรกฤตกลับไล่ให้ไปทำงานที่กรุงเทพ เพราะกลัวว่ายิ่งแพรวาอยู่ใกล้เขาก็จะยิ่งตัดใจไม่ได้ แพรวาน้อยใจมาก คิดว่าสรกฤตมีใจให้ “อุษณีย์”(เอลิกา พลอยอัมพร) และกลัวอุษณีย์เข้าใจผิดจึงไม่ให้แพรวาทำงานด้วย

สรก ฤตฝากให้แพรวาทำงานกับมณีริสา นิพัทและแพรวามีโอกาสปรับความเข้าใจกันว่าต่างคนต่างเห็นว่าอีกคนเป็นพี่ น้อง ไม่ได้คิดไปมากกว่านั้น แต่มณีริสาได้ยินไม่หมดและเข้าใจเรื่องว่าทั้งคู่บอกรักกัน มณีริสาโกรธนิพัท จึงเริ่มทำตัวสนิทสนมกับกวิน ทำให้นิพัท เริ่มเข้าใจความรู้สึกที่เขามีต่อมณีริสาชัดเจน ก็เมื่อวันที่เขากำลังจะเสียเธอไป

ชาวตลาดรวมทั้งแก้วตากับแพรไปเยี่ยมแปะยิ้มซึ่งไม่สบายที่ฟาร์ม แพรเห็นความสัมพันธ์ของสรกฤตกับอุษณีย์ ก็เริ่มสับสนและน้อยใจมากขึ้น นิพัทเริ่มรู้ความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อมณีริสา จึงตามง้อเธอ แต่ก็มีกวินที่คอยขัดขวางตลอด ความรักของทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในละคร “วุ่นนักรักข้างตลาด”

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ สะใภ้ลูกทุ่ง



ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ สะใภ้ลูกทุ่ง

เมื่อสะใภ้บ้านนอกไม่ถูกกับคุณแม่ผัว อะไรจะเกิดขึ้น? ความรัก ความเกลียด ความอิจฉาริษยา ความโลภ การกรีดกัน การจึ๊กกะดึ๋ยจะเกิดขึ้น แล้วมันจะเป็นอย่างไร ติดตามได้เลย จุด จุด จุด

อาติยะ (อาตี้) สถาปนิกหนุ่มรูปหล่อ ลูกชายคนเล็กของท่านอธิบดีอธิปได้รับปากกับจิตอนงค์ ผู้เป็นแม่ว่าจะยอมเดินทางไปอุบลราชธานีเพื่อดูตัวหญิงสาวที่ตอนแรกแม่หมาย มั่นอยากให้แต่งงานกับอาสนะ (อ้าด) ผู้เป็นพี่ชาย แต่อาสนะไม่ยอมที่จะแต่งงานเพราะแท้จริงแล้วอาสนะเป็นเกย์ แต่ไม่มีใครทราบนอกจากอาตี้ สาเหตุที่จิตอนงค์ยกลูกชายให้แต่งกับสาวบ้านนอกที่ชื่อ ช่อประยงค์ (เค็ม) เพราะว่าคุณนายบัวศรี (ย่าใหญ่) เศรษฐีแห่งเมืองอุบลฯ ผู้มีศักดิ์เป็นป้าของอธิปและย่าของอ้าดและอาตี้ จะยกสมบัติให้หลานเขย จิตอนงค์จึงไม่ยอมพลาดโอกาส เพราะได้ชื่อว่าเป็นคนขี้เหนียว ขี้งก และจอมประหยัด อ้าดได้เขียนจดหมายไปต่อว่าเค็มแต่กลับลงชื่อว่าเป็นอาติยะผู้น้อง ทำให้คุณนายบัวศรีและเค็มเป็นลมและช็อคไปชั่วขณะ จิตอนงค์บังคับให้อาตี้ไปอุบลฯกับตน แต่อาตี้ ไม่ยอมไปคนเดียวจะต้องเอาอ้าดไปด้วย เมื่อถึงเวลาไปอาตี้ป่วยเป็นไข้ทำให้เดินทางไปกับจิตอนงค์และอ้าดไม่ได้จึง ขอตามไปทีหลัง ที่อุบลฯ อ้าดและเค็มแทบจะไม่มองหน้ากันแต่เค็มนั้นได้แอบชอบอ้าดอยู่

สมวิญญา (มุ่ย) นักศึกษาแพทย์ที่เจริญรอยตามพ่อจิระที่เป็นแพทย์ผู้ยึดมั่นในอุดมคติอยู่ ชนบท มุ่ยเป็นน้องสาวเค็มที่ต่างกันลิบลับ มุ่ยมาที่บ้านคุณนายบัวศรีจนมีปากเสียงกับอ้าด คุณนายบัวศรีได้ไล่ตะเพิดมุ่ยออกไปให้พ้นหน้า หลังออกมาจากบ้านคุณนาย บัวศรี มุ่ยได้ขี่มอเตอร์ไซต์เฉี่ยวอาตี้จนตกลงไปนอนอยู่ในแอ่งควาย มุ่ยได้พาอาตี้ไปทำแผลที่บ้าน อาตี้จึงได้นอนค้างที่บ้านมุ่ย วันหนึ่งอาตี้เดินทางไปหาหมอจิระพบว่ามุ่ยกำลังจะออกไปเที่ยวแก่ง ทั้งสองจึงไปเที่ยวด้วยกัน มุ่ยเดินลื่นตกน้ำ อาตี้ได้ลงไปช่วย ทั้งสองจึงไปขอเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชาวบ้านแถวนั้น และต้องนอนค้างที่นั้น อาตี้ก็เริ่มสนใจในตัวมุ่ยซึ่งไม่เหมือนกับสาวๆ ของเขาที่กรุงเทพฯ อย่าง สุชาวดีและภิรมยา
หมอสหโชค คู่ขาของอ้าดแฟนมุ่ยได้ขอยืมเงินจากอ้าดหนึ่งแสนบาท จึงมายืมเงินจากคุณนายบัวศรีแต่มีข้อแม้ว่าอ้าด ยอมแต่งงานกับเค็ม ซึ่งอ้าดก็ยอม ด้านสหโชคได้มาขอคืนดีกับมุ่ยหลังจากหายหน้าไปพักใหญ่ มุ่ยก็ยอมกลับมาคบเขาต่อแต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเพราะรู้ว่าสหโชคนั้นอยู่ กับอ้าด งานแต่งงานของอ้าดกับเค็มถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต ในวันส่งตัวเข้าหอเค็มต้องอยู่คนเดียวเพราะอ้าดนั้นขอตัวไปหาเพื่อน อ้าดกับเค็มแทบจะไม่มองหน้าเลยเลย เค็มเสียใจมาก แต่ก็ได้อาตี้ที่ให้กำลังเค็มและก็เป็นคนเดียว ในบ้านที่เค็มสามารถพูดคุยด้วยได้


อาตี้สนใจในตัวมุ่ยจึงคอยไปหาที่โรงพยาบาลแต่มุ่ยชอบแกล้งกลับไปอยู่เรื่อย จนวันหนึ่งทั้งสองได้พบกันอาตี้มาบอกว่า พ่อของมุ่ยไม่สบายแต่ไม่อยากให้ใครเป็นห่วง หลังจากที่ไปอยู่บ้านในฐานะสะใภ้ได้ไม่นาน อ้าดก็เริ่มวางแผนให้สหโชคเข้ามาพัวพันกับเค็มเพื่อจะกล่าวหาว่าเค็มมีชู้ แต่สหโชคไม่เต็มใจแต่ต้องยอมเพราะกลัวอ้าดจะเอาคนเลว ๆ มาเล่นงานเค็มหนักกว่าเดิม อ้าดเอารูปของสหโชคที่เขียนข้อความชู้สาวมาไว้ใต้หมอนเค็มแล้วเอะอะโวยวาย ว่าเค็มมีชู้ ในที่สุดเค็มก็หย่ากับอ้าดแล้วกลับไปอยู่บ้าน สหโชค ขอเลิกกับอ้าดแล้วเอาเงินมาคืนเพราะว่าละอายใจที่ทำให้เค็มต้องเสียใจ อาตี้ได้รับโทรศัพท์จากเค็มว่าหมอจิระได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ อาตี้ไปช่วนงานศพที่อุบลฯ และนำเงินที่อธิปผู้เป็นพ่อฝากมาให้มุ่ย แต่มุ่ยไม่รับจึงนำไปให้เค็มเก็บไว้แทน เค็มอยู่ในสภาพตายทั้งเป็นมุ่ยกล่าวโทษอ้าดกับพวกที่บ้านอาตี้ว่าเป็นตัวการ ทำให้พ่อต้องเสียชีวิต จิตอนงค์ได้หาทางกำจัดมุ่ยออกจากชีวิตของอาตี้ โดยอาศัย สองสาวภิรมยาและสุชาวดี มุ่ยได้รับจดหมายทวงเงินจากจิตอนงค์ มุ่ยเลยนำเงินไปคืนด้วยตัวเองที่บ้าน

วันหนึ่งอาตี้ได้บอกรักมุ่ย แต่มุ่ยไม่ตอบรับรักเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเครือญาติของคุณนายบัวศรี อาตี้เลยบอกให้มุ่ยเอาชนะพวกนั้นโดยการแต่งงานกับเขา มุ่ยของเวลาคิดเรื่องนี้ ในที่สุดมุ่ยก็ตกลง โดยจะขอไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภออย่างเดียว มุ่ยมีข้อแม้ว่าห้ามอาตี้ล่วงเกินตนจนกว่าอนงค์จะยอมรับตนเองเป็นลูกสะใภ้ อาตี้ได้พามุ่ยมาฮันนีมูนที่บ้านพักชายทะเล ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้ทั้งคู่มีความสุขมาก เมื่อเดินทางกลับมาบ้านอาตี้ก็เห็นสุชาวดีนั่งรออยู่ สุชาวดีได้บอกอาตี้ว่ามีนัดคุยกับแม่เธอเรื่องเขียนแบบ คืนนั้น สหโชคได้โทรบอกมุ่ยว่าเห็นอาตี้อยู่กับสุชาวดีที่คลับ อาตี้เอาแต่ทำงานจนมุ่ยต้องกลับบ้านคนเดียว พอดีสหโชคผ่านมาเลยไปส่งมุ่ย ที่บ้าน อาตี้ได้รับโทรศัพท์จากจิตอนงค์ว่าสหโชคมาส่งมุ่ยทุกวันจึงโกรธ สุชาวดีเข้ามาหาอาตี้เขาเลยเคลิ้มไปกับเธอ มุ่ยเข้ามาเห็น ทั้งคู่กำลังนัวเนียกันอยู่จึงวิ่งออกไป ทั้งสองมีปากเสียงกัน อาตี้โกรธมากเลยใช้กำลังขืนใจมุ่ย จิตอนงค์คิดแผนที่จะกำจัดมุ่ยจึงโทรไปบอกอาตี้ว่าสหโชคมาเยี่ยมมุ่ยถึงใน ห้องนอน ทั้งคู่เลยทะเลาะกันหนัก ด้านจิตอนงค์ก็ใส่ไฟว่าอาตี้ยังรักสุชาวดีอยู่ เมื่ออาตี้กลับมาเขาได้เห็นจดหมายและใบหย่าที่มุ่ยได้เซ็นทิ้งไว้ให้เขา

มุ่ยเดินทางกลับอุบลฯ มาเป็นหมอดูแลคนที่ชนบท ความผูกพันของสหโชคกับเค็มเริ่มพัฒนาขึ้นเลย ๆ จนในที่สุดสหโชคกับเค็มก็ตกลงที่จะแต่งงานกัน คุณนายบัวศรีกับมุ่ยก็กลายเป็นป้าหลานที่รักกัน วันหนึ่งอาตี้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ มุ่ยทราบข่าวก็ทำเป็น ไม่สนใจ คุณนายบัวศรีได้เขียนจดหมายมาถึงอธิปเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ฟัง อาตี้เดินทางไปง้อมุ่ยที่อุบลฯ ในวันแต่งงานของสหโชค กับเค็ม อ้าดถือปืนไปยิงสหโชคแต่พลาดไปโดนอาตี้ทำให้อ้าดช็อตกับเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้น อ้าดได้แอบเข้ามาเพื่อดูว่าอาตี้ปลอดภัยดี จึงฝากมุ่ยให้ดูแลอาตี้ด้วย แล้วฝากจดหมายขอโทษถึงพ่อกับแม่ หลังจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ทั้งหมดผ่านไปอาตี้ ก็ลาออกจากงานที่กรุงเทพฯมาอยู่ที่อุบลฯกับมุ่ยและได้ออกแบบสถานีอนามัยแห่ง ใหม่แทนที่เดิม สถานีอนามัยแห่งนี้จึงมีคุณหมอที่ชื่อว่าคุณหมอสหโชคและคุณหมอมุ่ยและมีผู้ ช่วยมือใหม่ที่ชื่อคุณหมออาตี้
ติดตามชมความสนุกของละคร “ สะใภ้ลูกทุ่ง ”

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ หัวใจสองภาค

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ: หัวใจสองภาค

ในทุกคน ๆ จะมีบุคคลิกท่าทางที่แตกต่างออกเป็นสอง ทั้งด้านมืดและด้านสว่าง เช่นตัวละครในเรื่องนี้ สิ่งที่เห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด หรือสิ่งที่คิดอาจไม่ใช่อย่างที่เห็น เอ๊ะ อ่านแล้วอย่าเพิ่งงง! เอาเป็นว่ามาเข้าเรื่องย่อ หัวใจสองภาคกันดีกว่า

ชัค (ทฤษฏี สหวงษ์) นักธุรกิจหนุ่มระดับมหาเศรษฐีเป็นเพื่อนกับ คุณราญ (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) เจ้าของบริษัททัวร์ ซึ่งคุณราญมีลูกสาวชื่อ ตะวันฉาย อัศวฤทธิ์ (ณฐพร เตมีรักษ์) สาวสวยลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลี่ยนแต่ไปเติบโตที่ประเทศออสเตรเลีย ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายว่าคุณราญ…บิดาที่อยู่ที่เมืองไทยเกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิตแล้ว เธอจึงรีบรุดกลับเมืองไทยทันที และทันทีที่ลงจากเครื่องตะวันฉายก็รีบนั่งแท็กซี่เพื่อจะไปบ้านพ่อ แต่เธอถูกตัดหน้าแย่งรถไปจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคนหนึ่ง ดนตร์ (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) หนุ่มเจ้าสำราญลูกชายเจ้าของธนาคารชื่อดังที่เพิ่งกลับมาจากการไปเที่ยว เมืองนอกผ่านมาเห็นเข้าพอดีและสนใจในตัวตะวันฉายมากจึงอาสาไปส่ง ทีแรกตะวันฉายลังเลแต่พอเห็นท่าทางที่เป็นมิตร และฝนก็ทำท่าจะตกด้วย เธอจึงตกลงแต่เมื่อถึงบ้าน เธอก็รีบร้อนจะเข้าบ้านจนเอ่ยปากเพียงแค่คำขอบคุณโดยลืมแนะนำตัวเองไป

พอเข้าบ้านได้ ตะวันฉายกลับพบว่าคุณราญไม่ได้เสียชีวิตตามข่าวที่แจ้งไป แต่กลับกำลังนั่งเล่นการพนันอยู่เพื่อนฝูงอย่างสนุกสนาน คุณราญตกใจมากที่เห็นตะวันฉายกลับมาเมืองไทยอย่างกะทันหัน จึงรีบแนะนำลูกสาวให้เพื่อนร่วมวงไพ่รู้จักด้วยความภูมิใจ ซึ่งเพื่อนร่วมวงไพ่นั้นก็มีทั้งอารยะ (ธนากร โปษยานนท์) เจ้าของธนาคารชื่อดังเพื่อนสนิทเก่าแก่ของคุณราญ และเสี่ยชัค นั่งทำหน้าบึ้งตึงและไม่ยอมแม้แต่จะรับไหว้ตะวันฉาย ตะวันฉายจึงไม่ชอบหน้าเสี่ยชัคคนนี้เลย

เมื่อชัคกลับไปที่บ้านเขาก็พบดนตร์นอนอยู่ในบ้านของเขาอย่างหมดแรง สำหรับดนตร์แล้วเขาสามารถเข้า-ออกบ้านของชัคได้ประหนึ่งว่าเป็นบ้านของตัว เอง เพราะทั้งสองเป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันและสนิทสนมกันมากแล้วชัคก็ดึงดนตร์ ขึ้นมาเทศนาชุดใหญ่ที่ดนตร์หนีไปเสี่ยงโชคที่เมืองนอกมาเสียหลายวันแต่ดนตร์ ก็ไม่สนใจฟังเลย เขามัวแต่นึกถึงสาวลูกครึ่งที่เขาเพิ่งได้เจอ ดนตร์หมายมั่นปั่นมือว่าจะจีบตะวันฉายให้ได้ ชัคเหนื่อยใจกับดนตร์มากที่สามารถรักและเลิกกับผู้หญิงได้อย่างง่ายดาย และเขาก็มั่นใจว่าอีกไม่นานดนตร์ก็คงจะลืมแม่สาวลูกครึ่งคนนี้เหมือนเคย

ในงานเลี้ยงต้อนรับตะวันฉายที่คุณราญจัดขึ้น อารยะช่วยเหลืองานทุกอย่าง อย่างเต็มที่ มีเหล่าแขกเหรื่อนักธุรกิจมาร่วมงานมากมายรวมทั้ง โสมศรี (ภัสสร บุณยเกียรติ) อดีตคู่ขาของคุณราญที่พา โสมสุรางค์ (อังศุมา สภารักษ์ปัญญา) ลูกสาวมาร่วมงานเพื่อหวังจะให้ลูกสาวจับคนรวยๆ กินอย่างเช่นที่เคยทำมานาน โดยเฉพาะตอนนี้โสมศรีกำลังเล็งชัคให้ลูกสาวอยู่ด้วยจึงพาโสมสุรางค์เข้าไป ทักทายชัค ตะวันฉายเห็นเข้าจึงคิดว่าชัคเป็นเสือผู้หญิงที่ชอบเลี้ยงต้อยเด็กสาวๆ มิหนำซ้ำตะวันฉายยังเห็น กรองทิพย์ (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) เมียที่เลิกรากันไปนานแล้วของอารยะเล่นหูเล่นตากับชัคด้วย เพราะกรองทิพย์แอบชอบชัคอยู่ทั้งๆที่เขาเป็นเพื่อนของลูกชาย ตะวันฉายก็ยิ่งคิดว่าชัคคงเป็นพวกเสือผู้หญิงตัวจริง

แล้วในงานเลี้ยงนี้ดนตร์ดีใจมากที่ได้พบตะวันฉายอีกครั้ง แต่ชัครีบเตือนดนตร์ด้วยความหวังดีว่าอย่ายุ่งกับตะวันฉายมากนัก เพราะคุณราญกำลังมีปัญหาทางการเงิน แต่ดนตร์ไม่สนใจ ตรงเข้าไปทักทายตะวันฉายทันที ตะวันฉายรู้สึกชอบใจในความเป็นคนเปิดเผยและง่ายๆของดนตร์ ประกอบกับที่เมืองไทยเธอก็ไม่มีเพื่อนสักคน เธอจึงยอมรับดนตร์เป็นเพื่อนอย่างง่ายดาย ทั้งที่ไม่รู้ว่าดนตร์คิดกับเธอมากเกินกว่าคำว่าเพื่อน ขณะเดียวกันชัค คุณราญ และอารยะก็เฝ้ามองความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่อยู่ก็ไม่สบายใจเลย

วันต่อมา ดนตร์แอบนัดตะวันฉายไปที่ผับแห่งหนึ่ง และบอกว่าเขาอยากให้ตะวันฉายได้รู้จักกับเพื่อนที่เขารักมากที่สุด แล้วตะวันฉายก็พูดไม่ออกเมื่อรู้ว่าเพื่อนรักของดนตร์คือชัค และในงานนี้ชัคพาดาลัด (วิภาวี ศิริมะณีวัฒนา) น้องสาวมาด้วย และด้วยวัยที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ตะวันฉายกับดาลัดคุยกันถูกคอมาก ดาลัดบอกกับตะวันฉายว่าเธอกำลังจะไปหาที่เรียนต่อเมืองนอก แต่ชัคคอยขัดคอตลอดเวลาเพราะเขาไม่ต้องการให้ดาลัดไปเรียนต่อเมืองนอก อีกทั้งเขาคิดว่าตะวันฉายจะมาหลอกดนตร์ทำให้ตะวันฉายไม่พอใจ

พอดนตร์รู้เรื่องที่ชัคพูดกับตะวันฉายไม่ดี เขาก็ไปต่อว่าชัค ชัคจึงบอกความจริงว่าที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงดนตร์ เพราะคุณราญมีหนี้สินติดตัวจำนวนมาก รวมทั้งเป็นหนี้พนันเขาอยู่สิบล้านบาทด้วย และเขาก็กลัวว่าสักวันคุณราญจะขายตะวันฉายให้ใครสักคนเพื่อใช้หนี้ เหมือนอย่างที่โสมศรีพาโสมสุรางค์เร่ขาย เพราะทุกครั้งที่โสมศรีพาโสมสุรางค์ไป เธอมักจะบอกว่าคุณราญแนะนำให้มา แต่ดนตร์เชื่อว่าผู้หญิงอย่างตะวันฉายจะไม่มีวันยอมขายศักดิ์ศรีตัวเองกิน อย่างโสมศรีและโสมสุรางค์ และเขาก็สารภาพกับชัคว่าเขารักตะวันฉายเข้าแล้ว ชัคจึงได้แต่กลุ้มใจ พอคุณราญรู้เรื่องว่าตะวันฉายสนิทสนมกับดนตร์ก็ไม่พอใจ เขาจึงไปบอกอารยะว่าอย่าให้ดนตร์มายุ่งกับตะวันฉายมากนัก อารยะก็เลยไปบอกดนตร์ แต่ดนตร์กลับไม่เชื่อฟังอารยะเลย

ดนตร์ไม่สบายใจก็เลยไปเล่นการพนันในบ่อนจนเป็นหนี้พนันหลายแสน พอชัครู้เรื่องเข้าเขาก็เลยเซ็นเช็คให้ดนตร์เอาไปใช้หนี้ แต่ดนตร์กลับนำมันไปเป็นทุนเล่นใหม่ แล้วเขาก็เสียให้กับบ่อนจนหมดตัว หนำซ้ำยังถูกขู่ให้รีบนำเงินมาใช้หนี้ด้วย เขากลุ้มใจมากไม่รู้จะทำยังไง จะขอความช่วยเหลือจากชัคก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้ชัครู้ว่าเขานำเงินที่ชัคให้ไปเล่นการพนัน แล้วอารยะก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในฐานะพ่อ เขายื่นข้อเสนอจะใช้หนี้ให้ แต่ดนตร์ต้องหลบไปอยู่เมืองนอกสักพัก แต่ดนตร์จึงตัดสินใจไปทำงานที่เชียงใหม่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง

ตะวันฉายแปลกใจที่ดนตร์หายไป เธอจึงไปถามกับอารยะ แต่อารยะกลับบอกไม่รู้ว่า ดนตร์ไปไหน ตะวันฉายไม่รู้จะทำยังไงดี เธอจึงตัดสินใจไปหาชัคเพื่อถามข่าวดนตร์ แต่ตะวันฉายกลับไปพบว่าชัคอยู่กับลินจง (โชติกา วงศ์วิลาศ)ว่าที่คู่หมั้นสาวเชื้อสายจีนที่เตี่ยเม้ง (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) เตี่ยของเขาจับคู่ให้ ตะวันฉายรู้สึกไม่ดีที่ชัคมีคู่หมั้นอยู่แล้ว แต่ยังมีผู้หญิงอื่นรายล้อมอยู่เรื่อยๆ พอตะวันฉายถามเรื่องดนตร์กับชัค ชัคก็ยืนยันว่าเขาไม่รู้ว่าดนตร์ไปไหน แต่ตะวันฉายไม่เชื่อเพราะรู้ว่าดนตร์กับชัคสนิทกันมาก คุณราญเห็นว่าตะวันฉายซึมเศร้าที่ดนตร์หายไป เขาจึงพาตะวันฉายออกไปพบมิสเตอร์วูกับโรเจอร์ลูกค้าชาวฮ่องกงที่โรงแรมด้วย เพื่อคลายเหงา แล้วชัคที่ตั้งใจจะมาหาตะวันฉายที่เพื่อบอกข่าว เรื่องที่รู้ว่าดนตร์อยู่อเมริกาจากคุณกรองทิพย์ แล้วมารู้ว่าคุณราญกำลังพาตะวันฉายไปพบโรเจอร์กับมิสเตอร์วูที่โรงแรมเขาก็ รีบตามไป

ทางด้านตะวันฉายกับราญนั่งคุยเรื่องงานกับมิสเตอร์วูกับโรเจอร์อยู่สัก พัก มิสเตอร์วูก็หาเรื่องพาราญไปคุยงานกับลูกค้าคนสำคัญที่โรงแรมอื่นเพื่อเปิด โอกาสให้โรเจอร์ได้อยู่กับตะวันฉายตามลำพังแล้วพอตะวันฉายเผลอ โรเจอร์ก็แอบใส่ยานอนหลับในแก้วน้ำของตะวันฉาย ตะวันฉายเกือบจะถูกโรเจอร์ทำมิดีมิร้าย แต่โชคดีที่ชัคมาช่วยเอาไว้ทันเสียก่อน พอตะวันฉายรู้ตัวและรู้เรื่องเข้าทั้งหมด เธอก็ซึ้งใจชัคมากและเริ่มเข้าใจว่าเขาไม่ได้เป็นเสือผู้หญิงอย่างที่เธอเคย คิด เพราะไม่อย่างงั้นเขาคงฉวยโอกาสตอนที่เธอไม่ได้สติทำมิดีมิร้ายเธอไปแล้ว

ชัคคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะแผนของคุณราญที่ต้องการจะขายลูก สาว เขานึกเป็นห่วงตะวันฉายแทนดนตร์ ซึ่งในขณะนั้นดนตร์อยู่ที่เชียงใหม่ แต่ในใจเขาคิดถึงตะวันฉายมาก แต่ดนตร์ก็ไม่กล้าพอที่จะโทรไปหาเธอ เพราะเขาไม่อยากให้เธอรู้ถึงสาเหตุที่เขามาที่นี่ ในขณะนั้นเดียวอารยะก็บีบบังคับให้คุณราญใช้หนี้โดยเร็วที่สุด คุณราญไม่มีปัญญาใช้ อารยะก็เลยยื่นข้อเสนอด้วยการแลกกับตัวตะวันฉาย เพราะอารยะก็หลงรักตะวันฉายอยู่ คุณราญโกรธมากและบอกอารยะไปว่าคนอย่างเขายอมล้มละลายมากกว่าจะขายลูกกิน คุณราญก็เลยตัดสินใจไปหาชัคเพื่อเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังและขอให้ชัค ช่วยเรื่องหนี้สิน โดยขอเล่นพนันกับชัคเป็นการแก้มือแต่ชัคไม่ยอมเพราะเขาคิดว่ามันไม่ใช่การ แก้ปัญหาที่ถูกต้อง เขาจึงพูดขอตะวันฉายกับคุณราญ โดยจะยกหนี้จำนวนสามร้อยล้านบาทให้ เพราะเขาต้องการรักษาตะวันฉายไว้ให้ดนตร์

คุณราญอึ้งแต่ก็ตกลงที่จะยกตะวันฉายให้เพราะเขารู้ว่าชัคเป็นคนดี และคิดว่าชัคอยากจะแต่งงานกับตะวันฉายจริงๆ ชัคเลยนำเอกสารมาการยกตะวันฉายเพื่อแลกกับหนี้จำนวนสิบล้านบาทมาให้คุณราญ เซ็นเพื่อเป็นหลักฐาน คุณราญก็ยอมเซ็น แต่พอเซ็นเสร็จคุณราญก็พูดถึงเรื่องแต่งงาน ชัคกลับบอกว่าเขาไม่ได้ต้องการแต่งงานกับตะวันฉาย คุณราญคิดว่าชัคจะเก็บลูกสาวของเขาไว้ในฐานะ“เมียเก็บ” คุณราญรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงจนหัวใจวายตาย

ชัครู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณราญตาย เขาจึงสัญญากับคุณราญต่อหน้าโลงว่าเขาจะดูแลตะวันฉายให้ ประกอบกับเขาต้องการให้ตะวันฉายรอดพ้นเงื้อมมือของอารยะ เพื่อรักษาตะวันฉายไว้ให้ในวันที่ดนตร์กลับมา ฉะนั้นเขาจึงรีบไปพาตะวันฉายมาอยู่ที่บ้านกับเขา ทีแรกตะวันฉายจะไม่ยอมไป ชัคจึงนำสัญญาที่คุณราญเซ็นไว้ก่อนตายว่าจะให้ตะวันฉายอยู่ในความดูแลของเขา เพื่อใช้หนี้จำนวนสิบล้านบาทมาให้ตะวันฉายดู ตะวันฉายอึ้งมากที่เห็นสัญญานั้น เธอก็เลยต้องจำใจไปอยู่กับชัคที่บ้าน ในตอนแรกตะวันฉายอยู่กับชัคอย่างหวาดระแวง เพราะในความเป็นจริงชัคมีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่าง แต่จนแล้วจนรอด ชัคก็ไม่เคยทำอะไรเธอเลย ทำให้ตะวันฉายเริ่มไว้ใจชัคมากขึ้น

อารยะโกรธมากเมื่อรู้ว่าชัคฉกตัวตะวันฉายไป เพราะเขาอุตส่าห์คิดแผนเพื่อให้ดนตร์อยู่ห่างตะวันฉาย โดยการรู้เห็นกับเจ้าของบ่อนให้โกงดนตร์จนติดหนี้ แต่อารยะก็ยังไม่ได้ครอบครองตะวันฉายอย่างที่ต้องการ เขาพยายามจะเข้าหาตะวันฉายเพื่อจะยื่นมือเข้าช่วย แต่อารยะก็ทำอะไรไม่ได้เพราะชัคมีสัญญานั้น อารยะนัดเจอกับตะวันฉายและแกล้งแสดงความเป็นห่วง เขาเล่าให้ตะวันฉายฟังเรื่องที่ชัคเคยแย่ง อารดา นักร้องที่เป็น“เมียเก็บ” ของคุณราญไป จนอารดาตั้งท้องแล้วเธอก็เงียบไป เพราะชัคสั่งให้ไปทำแท้ง แล้วเตี่ยของชัคก็ส่งคนมาตามเก็บอีกทีเพราะอยากได้สะใภ้คนจีนเท่านั้น ตะวันฉายหลงเชื่อเพราะเธอเห็นว่าลินจงคู่หมั้นของชัคก็เป็นคนจีนตามความต้อง การของเตี่ยของชัคจริงๆ ทำให้ตะวันฉายยังสงสัยว่าเขาเป็นคนยังไงกันแน่ และชัคก็พยายามกีดกันไม่ให้อารยะพบตะวันฉายทุกวิถีทาง เพราะเขารู้ว่าอารยะคิดไม่ซื่อกับเธอ แต่ตะวันฉายที่ไม่รู้ความเลวของอารยะกลับคิดว่าเป็นเพราะชัคไม่อยากให้ใครมา ยุ่ง “ผู้หญิง” ของเขามากกว่า

วันหนึ่งดาลัดมาที่บ้านของชัคเพื่อนำอาหารที่ ดวงใจ (นัฏฐา ลอยด์) แม่ของชัดกับเธอทำมาส่งให้ชัค แล้วเธอก็พบตะวันฉายอยู่ที่บ้านชัค ดาลัดไปถามกับชัค ชัคก็ไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง แต่ดาลัดก็ไม่คิดจะซักไซ้ถามเพราะเธอเชื่อว่าทุกสิ่งที่ชัคทำต้องมีเหตุผล ดาลัดกลัวว่าตะวันฉายจะเหงา เธอก็เลยแวะมาคุยกับตะวันฉายอยู่บ่อยๆ ดาลัดสังเกตว่าตะวันฉายซึมเศร้ามาก เธอก็เลยไปบอกกับชัค ชัคจึงหาต้นไม้มาให้ตะวันฉายนำไปปลูกในเรือนกระจกที่เขาปล่อยทิ้งร้างไว้นาน แล้วให้ตะวันได้ปลูกต้นไม้เล่นเพื่อคลายเหงา ซึ่งมันก็ช่วยตะวันฉายได้มากจริงๆ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างตะวันฉายกับชัคเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ทั้งสองยังมีกำแพงใจที่กั้นกันอยู่ เพราะชัคคิดว่าตะวันฉายรักดนตร์ ส่วนตะวันฉายก็คิดว่าชัคมีลินจงอยู่แล้ว ทั้งยังมีโสมศรีที่คอยพาโสมสุรางค์มาเร่ขายให้กับชัคอยู่บ่อยๆ รวมทั้งกรองทิพย์แม่ของดนตร์ที่ยังคงพยายามมาหว่านสเน่ห์ให้ชัคอยู่บ่อยๆ แต่ชัคก็ไม่เคยใจอ่อนสักทีชัคกลัวว่าตะวันฉายจะเหงา เขาก็เลยชวนเธอไปเดินซื้อของขวัญเกิดให้ลินจงที่ห้างแล้วทั้งสองก็พบกับโสม ศรีเข้า เมื่อโสมศรีรู้ว่าตะวันฉายอยู่กับชัค เธอก็รีบเร่งให้โสมสุรางค์จับชัคให้เร็วขึ้น ทั้งที่โสมสุรางค์ไม่อยากทำเลยแต่เธอก็ขัดใจแม่ไม่ได้ ดังนั้นโสมสุรางค์จึงไปขอชัคสมัครเข้าทำงานในบริษัท ชัคสงสารโสมสุรางค์ที่ถูกแม่เร่ขายอย่างไร้ศักดิ์ศรี เขาจึงรับเข้าทำงานในตำแหน่งโอเปอเรเตอร์ เพราะหวังว่าเมื่อโสมสุรางค์มีงานประจำทำเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว เธอจะได้หยุดเร่ขายศักดิ์ศรีเสียที

แต่เมื่อโสมสุรางค์มาทำงานที่บริษัทของชัค เธอก็พยายามหาทางใกล้ชิดชัคเพื่อหวังจะจับตามความต้องการของแม่ แต่ชัคไม่เคยสนใจโสมสุรางค์เลย ไม่เหมือนกับเจียง (ณัฐนันท์ จันทรวิโรจน์) พนักงานหนุ่ม ขี้อายและมีศักดิ์เป็นญาติห่างๆของชัคซึ่งตกหลุมรักโสมสุรางค์ตั้งแต่แรก เห็น แม้ว่าเธอจะไม่เคยมองเขาเลยก็ตาม ฝ่ายตะวันฉายก็ช่วยดาลัดติดต่อมหาวิทยาลัยที่เมืองนอกจนดาลัดสามารถไป เข้าเรียนต่อที่นั่นได้ แต่ก่อนไปเธอก็พาตั้ม (รุจิภาค มงคลจิตานนท์)เด็กชายวัยสองขวบลูกของชัคมาฝากไว้กับตะวันฉาย ตะวันฉายอึ้งมากที่ชัคมีลูกแล้ว และคิดว่าคงเป็นลูกที่เกิดจากเด็กสาวคนที่อารยะเคยเล่าให้ฟังอย่างแน่นอน แต่ตะวันฉายก็ไม่สนใจมากนัก เพราะเธอชอบตั้มมากและตั้มเองก็ติดตะวันฉายแจ ทำให้ชัคเริ่มรู้สึกดีกับตะวันฉายมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ไม่สามารถคิดอะไรเกินเลยกับตะวันฉายได้ เพราะเขาคิดจะเก็บตะวันฉายรักไว้ให้ดนตร์ตามความตั้งใจแต่ดั้งเดิม

ทางด้านดนตร์ที่หลบไปอยู่ที่เชียงใหม่ บังเอิญเจอกับดาลัด ดาลัดดีใจที่ได้เจอดนตร์ แต่เธอไม่ยอมบอกดนตร์เรื่องที่ตะวันฉายไปอยู่กับชัคที่บ้านให้ดนตร์ฟัง เพราะกลัวดนตร์จะเสียใจ ดนตร์ที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็เลยอาสาพาดาลัดเที่ยว แต่มีข้อแม้ว่าดาลัดห้ามบอกชัคว่าเจอเขา ดาลัดสัญญาเพราะเธออยากไปเที่ยวอยู่พอดี ส่วนชัคก็ใช้ชีวิตอยู่กับตะวันฉายและตั้มอย่างมีความสุข จนวันหนึ่งโสมศรีที่เริ่มไม่มีเงินใช้เพราะเงินเดือนของโสมสุรางค์ไม่พอกับ ค่าใช้จ่ายของเธอ โสมศรีก็เลยบังคับให้โสมสุรางค์ทำการขั้นเด็ดขาดเพื่อจับชัค โสมสุรางค์จำเป็นต้องแกล้งหลอกชัคให้พาเธอเข้าโรงแรมแต่ชัครู้ตัวก่อนแผนจึง ไม่สำเร็จ ชัคต่อว่าโสมสุรางค์อย่างรุนแรงที่ทำแบบนี้ เด็กสาวร้องไห้โฮและขอโทษชัค เธอบอกถึงความจำเป็นที่ต้องทำอย่างนี้เพราะถูกแม่บังคับ ชัครู้สึกเห็นใจโสมสุรางค์ เขาก็เลยช่วยเธอด้วยการไปพูดกับโสมศรีว่าไม่ให้ทำอย่างนี้อีก แต่โสมศรีก็ไม่สนใจซ้ำยังเสนอขายโสมสุรางค์ให้ชัค ชัคไม่ยอมเล่นด้วย โสมศรีก็เลยโกรธชัคแล้วขู่ว่าจะเล่นงานชัค แต่ชัคไม่กลัว สาง่วงมากหรือไง ถึงเขียนไม่จบประโยคอย่างนี้ !

วันหนึ่งในขณะที่ตะวันฉายพาตั้มกลับมาจากไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า เธอก็เจอนักข่าวมารุมสัมภาษณ์ว่าเธอเป็นเมียเก็บของชัคหรือไม่ ตะวันฉายตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่โชคดีที่ชัคเข้ามาช่วยพาเธอกับตั้มหลบไปได้ทันแล้วเขาก็พาทั้งสองไปหลบ อยู่ที่บ้านพักตากอากาศของชัค โดยมี รำไพ และ พร สองสาวแม่บ้านคอยดูแลอยู่ อารยะตามหาตะวันฉายให้วุ่นว่าชัคพาเธอไปซ่อนตัวที่ไหน พอดีกับที่ดนตร์โทรมาขอเงิน อารยะก็เลยบอกดนตร์เรื่องที่ชัคคว้าตะวันฉายไปครอง ดนตร์อึ้งมากและพอเขาโทรไปหาชัค ตะวันฉายก็เป็นคนรับโทรศัพท์จริงๆ ตะวันฉายแสดงความห่วงใยดนตร์ แต่ใช้คำว่า “เรา” ทำให้ดนตร์ยิ่งปวดหัวใจ เขาก็เลยดื่มเหล้าเมาหนักเพื่อให้ลืมความเศร้า และด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลทำให้เขาขาดสติแล้วเข้าไปปลุกปล้ำดาลัด ดาลัดเสียใจมากจึงหนีดนตร์ไปอยู่กับเพื่อน ดนตร์เมื่อรู้สึกตัวเขาก็รู้สึกผิดมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงทั้งที่ผู้หญิงไม่เต็ม ใจ ดนตร์จึงตามไปขอโทษเธอ แต่ดาลัดก็ไม่ยอมให้พบเพราะรู้สึกเกลียดเขาจับใจ แต่ดนตร์ก็ตั้งใจจะตามขอโทษและรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ แต่แล้วดาลัดก็หนีเขากลับมาเมืองไทย ดนตร์จึงตามเธอกลับมาด้วย

หลังจากที่ชัคเข้ามาเคลียร์ปัญหากับโสมศรีด้วยการจ่ายเงินให้เป็นค่าความ เป็นอิสระของโสมสุรางค์เป็นจำนวนเงินห้าแสนบาทโสมศรีก็ยอมรับเรื่องถึงเงียบ ไปได้ แล้วลินจงก็มาขอพบชัคที่บ้านเพื่อคุยเรื่องข่าวที่เกิดขึ้น ตะวันฉายรู้สึกไม่ดี เธอเหงาและรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนตัวเองอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ เธอก็เลยขับรถกลับไปที่บ้านของคุณราญอีกครั้ง แล้วได้พบว่าบ้านยังอยู่ในสภาพดี และได้พบกับคนใช้ที่คอยมาดูแลทำความสะอาด แต่ไม่รู้ว่าเจ้าของเป็นใคร ตะวันฉายก็เลยบอกว่าเธอเป็นเจ้าของเก่าแล้วขอเข้าเขาไปในบ้าน ตะวันฉายเดินดูสิ่งต่างๆ ในบ้านที่ถูกจัดเอาไว้เหมือนเดิมด้วยความคิดถึง เธอเดินเข้าไปในห้องของคุณราญ แล้วพบกับสมุดบันทึกของราญเข้า ในสมุดราญได้เขียนถึงความผิดหวังที่เขาไม่สามารถรักษาบริษัทที่ตั้งใจจะ สร้างเอาไว้เพื่อตะวันฉายได้และเขาก็เขียนด่าทออารยะที่บีบบังคับให้เขาขาย ตะวันฉายเพื่อใช้หนี้ ตะวันฉายจึงเริ่มเข้าใจว่าคนที่เธอคิดมาตลอดว่าเป็นคนดีอย่างอารยะ แท้จริงแล้วเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เธอคิดเลย ตะวันฉายจึงตัดสินใจที่เอาบริษัทของพ่อคืนกลับมาให้ได้

ตะวันฉายจึงกลับไปที่บ้านของชัคเพื่อบอกกับเขาว่าเธอจะขออิสรภาพด้วยการ ออกไปหางานทำ ซึ่งในขณะนั้นดนตร์ก็กลับมาพอดีเพื่อจะมาตามหาดาลัด ตะวันฉายกับชัคดีใจที่ดนตร์กลับมา แต่ดนตร์กลับไม่พอใจและพูดเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นชัคก็เลยยอมบอกว่าสาเหตุ ที่เขาเก็บตะวันฉายเอาไว้ก็เพื่อจะรักษาเธอไว้ให้ดนตร์ ตะวันฉายกับดนตร์เข้าใจทุกอย่างแล้ว แต่ดนตร์ก็ต้องฝืนใจที่จะคืนอิสรภาพให้ตะวันฉาย เพราะเขารู้ตัวว่าตัวเองไม่ดีพอที่จะดูแลตะวันฉายต่อไปแล้ว แต่ดนตร์ก็ไม่ยอมบอกว่าเพราะเหตุผลอะไรเขาถึงคิดอย่างนั้น เมื่อได้อิสรภาพตะวันฉายก็ไปสมัครงานที่บริษัทของอารยะ อารยะรับตะวันฉายเข้าทำงานทันทีในฐานะเลขาฯส่วนตัว พอชัครู้เรื่องเขาก็ไม่พอใจเพราะเขารู้ว่าอารยะอยากได้ตัวตะวันฉายมากกว่า ที่จะจ้างเป็นลูกจ้างบริษัทธรรมดา แต่ตะวันฉายก็ไม่สนใจเพราะเธอต้องการบริษัทของพ่อคืน

ตะวันฉายแกล้งวางแผนให้อารยะรู้ความต้องการของตนว่าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อ ที่จะได้บริษัทของพ่อคืน อารยะเลยยื่นข้อเสนอว่าจะช่วยเธอ แต่เธอต้องยอมแต่งงานกับเขา ตะวันฉายตกลง อารยะดีใจมากและพยายามทำทุกอย่างที่จะสร้างบริษัทของคุณราญกลับขึ้นมาอีก ครั้ง โดยในระหว่างนี้ตะวันฉายก็พยายามจะสืบหาว่าใครที่เป็นเจ้าของบ้านของพ่อเธอ แล้วเธอก็พบว่าคนที่ซื้อไปก็คือชัค ! ตะวันฉายไปหาชัคเพื่อขอซื้อบ้านของเธอคืน แต่ชัคไม่ขายเพราะเขาตั้งใจจะซื้อให้ตะวันฉายกับดนตร์เป็นของขวัญวันแต่งงาน ตะวันฉายก็เลยบอกว่ามันคงไม่มีประโยชน์เพราะเธอกำลังจะแต่งงานกับอารยะ ชัคอึ้งและไม่สบายใจมากแต่เขาก็ห้ามอะไรเธอไม่ได้ เพราะดูตะวันฉายทำตัวเหินห่างและเย็นชากับเขามาก แล้วดวงใจก็มาปรึกษาชัคเรื่องที่ดาลัดเอาแต่นอนซึมอยู่ในห้องนับตั้งแต่ ที่กลับมาจากเมืองนอก ชัคไปคุยกับดาลัดจนรู้ว่าเธอตั้งท้อง ชัคโกรธมากและคาดคั้นว่าใครเป็นพ่อของเด็ก ดาลัดก็ไม่ยอมบอก แต่แล้วดนตร์ที่ต้องการจะมาหาดาลัดอยู่แล้วก็มาพบเข้า เขาจึงยอมรับสารภาพว่าเขาเป็นพ่อของเด็กในท้องดาลัด ชัคโกรธดนตร์มากจนมีเรื่องชกต่อยกัน แต่ดนตร์ก็ไม่ยอมตอบโต้ชัคเพราะเขารู้ว่าตัวเองผิด

ชัคกลับไปบ้านด้วยความเศร้าใจ แล้วเธอก็พบอารดากับตั้มมารอพบเธออยู่ เพราะอารดาต้องการจะพาตั้มมาลาชัคไปอยู่เมืองนอกกับสามีใหม่ ซึ่งในขณะนั้นดนตร์ก็ตามมาปรับความเข้าใจกับชัคพอดี ทำให้ดนตร์รู้ว่าแท้จริงแล้วตั้มก็คือลูกของเขากับอารดาที่ชัครับเลี้ยงเอา ไว้เป็นลูกบุญธรรมนั่นเอง ดนตร์ซึ้งใจในตัวชัคมากในขณะเดียวกันเขาก็โกรธตัวเองที่ไม่เอาไหน เขาขอให้ตั้มอยู่ที่เมืองไทยกับตนแทนที่จะไปกับอารดา และเขาก็สัญญากับชัคว่าเขาจะเปลี่ยนตัวเองใหม่เพื่อตั้มและลูกที่จะเกิดขึ้น มาใหม่กับดาลัดด้วยชัคดีใจที่เพื่อนเริ่มสำนึกได้แล้ว ดนตร์หาทางปรับความเข้าใจกับดาลัด แต่ดาลัดก็ยังไม่ยอมที่จะญาติดีกับเขา ดนตร์ก็เลยไปขอความช่วยเหลือจากตะวันฉาย พอตะวันฉายรู้เรื่องระหว่างเขากับดาลัดก็ตกใจ แต่ก็เต็มใจจะช่วยเต็มที่ ตะวันฉายช่วยให้ดนตร์ได้มาเจอกับดาลัด แล้วดนตร์ก็พูดกับเธอว่าเขาไม่เคยรู้จักคำว่ารัก และเรื่องระหว่างเขากับเธอก็ไม่ได้เกิดจากคำว่ารัก แต่เขาขอให้เขาได้เรียนรู้คำว่ารักไปพร้อมกับดาลัดได้ไหม ดาลัดจึงยอมตกลงที่จะแต่งงานกับดนตร์

แล้วดนตร์ก็พาตั้มไปหาอารยะเพื่อบอกว่าเป็นลูกของเขากับอารดา ตะวันฉายก็เลยรู้ความจริงทั้งหมด ตะวันฉายซึ้งใจชัคมากที่ทำเพื่อเพื่อนที่เขารักได้มากขนาดนี้ หัวใจของตะวันฉายก็เลยยิ่งรักชัคมากขึ้นเข้าไปอีก แต่เธอก็พยายามตัดใจเพราะรู้ว่าเรื่องระหว่างเขาและเธอคงไม่มีวันเป็นไปได้ เพราะเธอกำลังจะต้องแต่งงานกับอารยะตามข้อตกลงเดิม เจียงมาบอกกับชัคว่าเขาจะขอโสมสุรางค์แต่งงาน ชัคยินดีด้วยและตั้งใจจะซื้อแหวนเพชรให้เป็นของขวัญของคนทั้งคู่ ชัคจึงไปเลือกแหวนเพชรด้วยตัวเอง ตะวันฉายมาเห็นเข้าเธอก็เข้าใจผิดคิดว่าชัคกำลังจะหมั้นกับลินจงแล้ว ตะวันฉายต้องการหนีใจตัวเองเธอก็เลยเร่งการแต่งงานกับอารยะให้เร็วขึ้นมาอีก ซึ่งอารยะก็ยินดีมาก เขานำการ์ดแต่งงานไปให้ชัคด้วยตัวเองเพื่อที่จะเยาะเย้ยชัคพอชัคเห็นการ์ด แต่งงานระหว่างตะวันฉายกับอารยะ เขาก็เสียใจมาก

พอใกล้ถึงวันแต่งงานตะวันฉายไปลองชุดแต่งงานที่ร้าน แล้วเธอก็ได้พบกับลินจงที่กำลังมาลองชุดแต่งงานกับแฟนหนุ่ม ตะวันฉายอึ้งมากเพราะทีแรกคิดว่าแฟนหนุ่มคนนั้นคือชัค แต่กลับพบว่าเป็นคนอื่น ลินจงบอกตะวันฉายว่าเรื่องระหว่างเธอกับชัคเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จัดการให้ ทั้งนั้น แต่ชัคไม่เคยรักเธอเลย เขารักตะวันฉายต่างหากตะวันฉายเสียใจที่เธอรู้เรื่องช้าจนเกินไปแล้ว เพราะอีกไม่กี่วันก็ใกล้จะถึงวันแต่งงานกับเธอกับอารยะแล้ว ส่วนโสมศรีที่หลังจากไปผลาญเงินที่ชัคให้มาเสร็จก็พบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ระยะสุดท้าย โสมศรีเศร้าเสียใจมากก็เลยดื่มหนักจนไม่เป็นผู้เป็นคนโสมสุรางค์กับเจียงที่ แต่งงานกันแล้วจึงไปรับโสมศรีกลับมาเลี้ยงดูและอยู่อย่างมีความสุขกันไปตาม อัตภาพ โสมศรีจึงเริ่มเรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วความสุขที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร

ทางด้านดนตร์ก็เห็นว่าตะวันฉายดูไม่มีความสุขเลย เพราะเขารู้ว่าหัวใจของตะวันฉายมีแต่ชัค ซึ่งเหมือนกับชัคที่ตอนนี้เศร้าเสียใจมากที่กำลังจะสูญเสียหญิงที่รักไป ดนตร์ก็เลยคิดจะทำอะไรเพื่อสองคนนี้บ้าง ดนตร์ขอร้องอารยะว่าหากรักตะวันฉายจริงต้องให้ตะวันฉายมีความสุข ทำให้อารยะยอมปล่อยตะวันฉาย ยกเลิกการแต่งงาน เมื่อตะวันฉายได้เป็นอิสระเธอก็รีบไปตามหาชัคทันทีแต่ชัคหลบไปอยู่ที่ไหน ก็ไม่มีใครรู้ แล้วตะวันฉายก็นึกออก เธอจึงไปที่บ้านพักตากอากาศของชัคแล้วชัคก็อยู่ที่นั่นจริงๆ ชัคแปลกใจที่ตะวันฉายมาอยู่ที่นี่ เพราะในเวลานี้เธอควรจะอยู่ในงานแต่งงานกับอารยะมากกว่า แต่ตะวันฉายก็บอกว่าเธอจะแต่งงานได้ยังไง ในเมื่อชายคนที่เธอรักมาอยู่ที่นี่ทำให้ชัครู้ความในใจของตะวันฉาย แล้วทั้งคู่ก็ได้สมหวังกันในที่สุด…..

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/

วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร เสริมดวง

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร เสริมสิริมงคล เสริมดวง เสริมลาภ

การไหว้ พระ 9 วัด เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ที่จะช่วยแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้แก่กัน ช่วยชำระจิตใจให้มีความสงบมากขึ้น จะได้มีสติในการไตร่ตรองในชีวิต เมื่อสติมา ปัญญาก็เกิด การดำเนินชีวิตก็จะเป็นไปอย่างราบรึ่น

ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ ขอเชิญท่านมาไหว้พระ ทำบุญและบริจาคทานตามกำลัง ในศาสนสถาน หรือสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว

1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

คติ แก้วแหวนเงินทาง ไหลมาเทมา


วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 1 ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรงดงามมาก นอกจากนี้ยังมี ปราสาทพระเทพบิดร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1-8 พระศรีรัตนเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ หอพระราชพงศานุสรณ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาล ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ทรงคุณค่าที่น่าสนใจอีกมาก

การเดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
สถานที่ตั้ง บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 1, 3, 25, 32, 33, 59, 60, 70, 82, 91, 201, 203, ปอ. 2, 3, 6, 25, 32, 59, 60, 70, 82, 201, 203, 512

2.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

คติ ร่มเย็นเป็นสุข


วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อวัดโพธาราม รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็น มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน มีการรวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลา ติดไว้บริเวณพระอุโบสถ ภายในพระอุโบสถมี พระพุทธเทวปฏิมากร และมีพระวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด ปัจจุบันวัดโพธิ์เปิดอบรมเผยแพร่วิชาแพทย์แผนโบราณ โดยผู้ผ่านการอบรม จะได้รับใบประกอบโรคศิลป์จากกระทรวงสาธารณสุข

การเดินทางไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง ด้านหลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 82, 91, ปอ. 32, 44, 91

3. วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

คติ พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต


เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อ "วัดใหม่" กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพในรัชกาลที่ 3 ทรงสถาปนาขึ้นใหม่ เมื่อรัชกาลที่ 4 ทรงผนวช ได้เสด็จมาประทับและทรงตั้งคณะสงฆ์ธรรมยุตติกนิกายขึ้นที่วัดนี้เป็นครั้ง แรก ถือเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 ทรงผนวช ณ วัดแห่งนี้ ภายในพระอุโบสถ มีภาพเขียนฝีมือขรัวอินโข่ง และประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ เช่น พระสุวรรณเขต พระพุทธชินสีห์ พระนิรันตราย และพระพุทธนินนาท

การเดินทางไปยังวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร
สถานที่ตั้ง ถนนพระสุเมรุ ย่านบางลำพู เขตพระนคร
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 3,9,64,65,53,56,68
หมายเหตุ : เวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางไปไหว้พระเก้าวัด คือเวลา 09.00 – 16.00 น. ของทุกวัน ควรแต่งกายสุภาพ และเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ควรไปด้วยรถประจำทาง หรือบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำนวนจำกัด

4. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

คติ เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล


ตั้งอยู่ที่ปากคลองมหานาค เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ "วัดสะแก" รัชกาลที่ 1 ได้ทรงสถาปนาขึ้นใหม่แล้วพระราชทานนามว่า "วัดสระเกศ" มีพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงดัดแปลงจากพระปรางค์ที่ทรุดพังลง โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

การเดินทางไปยังวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 8, 15 ,37, 47, 49
เรือโดยสาร เรือล่องคลองแสนแสบ ลงที่ท่าผ่านฟ้าลีลาศ

5. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)

คติ ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน


วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 ภายในวัดมีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระอุโบสถประดิษฐาน พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง

การเดินทางไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 19, 57
เรือโดยสารข้ามฟากจากท่าเตียน ขึ้นที่ท่าวัดอรุณฯ

6. วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร


คติ ไหว้พระวัดสุทัศน์ฯ วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป


วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 เดิมชื่อ วัดมหาสุทธาวาส ภายในพระวิหารมี พระศรีศากยมุนี ซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยา ส่วนที่พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ ปางมารวิชัย และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง อันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย

การเดินทางไปยังวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร
การเดินทาง โดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 42 ปอ. 42

7.วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร


คติ มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง


วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างสมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญ มีพระพุทธรูปปั้งลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย พระนามว่า พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฎฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ

การเดินทางไปยังวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 33, 64, 65, ปอ. 32, 64, 65

8. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

คติ มีคนนิยมชมชื่น


วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือวัดระฆัง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อ วัดบางว้าใหญ่ สร้างตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระประธานยิ้มรับฟ้า เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ ให้ขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชร แล้วปักธูปที่กระถาง และปิดทองที่รูปปั้น เสร็จแล้วพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

การเดินทางไปยังวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 19, 57
ทางเรือ โดยเรือด่วนเจ้าพระยา ลงที่ท่าเรือรถไฟหรือท่าวังหลัง หรือข้ามฟากที่ท่าช้าง แล้วขึ้นที่ท่าเรือวัดระฆัง

9. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

คติ เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี


วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างขึ้นเมื่อสมัยราชกาลที่ 3 เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต หรือเรียกตามแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง

การเดินทางไปยังวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี
การเดินทาง โดยรถประจำทาง สาย 40, 57, 149, ปอ. 177
ทางเรือ ข้ามเรือข้ามฟากที่ท่าเรือปากคลองตลาด มาท่าเรือวัดกัลยาฯ

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ เหลี่ยมรัก

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ เหลี่ยมรัก

เมื่อชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์เกิดความรักกับสาวบ้านนอก จนเกิดลูกสาวฝาแฝด แต่ก็พบกับอุปสรรคเมื่อคุณหญิงแม่สามีไม่ชอบ เรื่องราวความรัก ความเกลียด ความอิจฉาริษยา ความต้องการเอาชนะ ความจน ความรวย และความ...อะไรต่ออะไรอีกมากมาย กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัด now ทุกคนตามมาเลย...

วิภู (ดิลก ทองวัฒนา) ลูกชายของ คุณหญิงวิไลเลขา (ภาราไดย สุวรรณรัฐ) ได้พบ แขไข (รุ้งทอง ร่วมทอง) หญิงสาวบ้านนอก ผู้มีจิตใจดี และช่วยดูแลวิภูที่ถูกนักเลงทำร้าย จนเกิดความรักขึ้น และ ก็พาแขไขเข้าบ้านในฐานะภรรยา ซึ่งทำให้คุณหญิงวิไลเลขาไม่พอใจ จนแขไขคลอดลูกฝาแฝด ลูกสาวคนโต คือ ปาณิศา หรือ ตะวัน (อุษามณี ไวทยานนท์) และ ปาลิตา หรือ ฟ้า (อุษามณี ไวทยานนท์) คุณหญิงได้วางแผนใส่ร้ายแขไข กับ ภัทรวดี คู่หมั่นของวิภู (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) จน แขไขต้องพาลูกสาวคนโตหนีไปเชียงใหม่



จนผ่านไป 20 ปี ทั้งสองเติบโตขึ้นแตกต่างกันราวฟ้าดิน ตะวัน เติบโตด้วยความรักของแม่ กับ พ่อโอภาส (นึกคิด บุญทอง) ทำงานหนักแต่ก็มีความสุข ซึ่งเธอเติบโตมาพร้อม ดนัย (ตะวัน จารุจินดา) ส่วน ฟ้า มีชีวิตที่เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่เธอกลับซ่อนความอึดอัดใจที่ไม่สามารถเป็นตัวเองได้ แถมยังถูก ภัทรมน (อลิษา วิลล์) กลั่นแกล้ง

ที่เชียงใหม่ ตะวัน ไปประกวดนางนพมาศ ได้พบกับ ภากร (วีรภาพ สุภาพไพบูลย์) พร้อมแฟนสาว พิมพ์นภัส (พรรัมภา สุขได้พึ่ง) การพบกันครั้งนี้ทำให้ทั้งคู่ต้องทะเลาะ เป็นคู่กัดกันตลอด จนกระทั่งตะวันเรียนจบ เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ได้พบ ฟ้า โดยบังเอิญ และ มีเหตุการณ์วุ่นวายต่าง ๆ นานา จนทำให้ทั้งคู่ได้รับรู้ว่าเป็นพี่น้องกัน


วิภู ต้องการไถ่บาปที่เคยทำร้ายแขไข เข้าจึงขอร้องตะวันให้มาอยู่ที่บ้าน ตะวันนึกถึงความเจ็บปวดที่คุณหญิงและภัทรวดีทำกับแม่ จึงย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านพร้อมดนัย การแก้แค้นจึงเริ่มต้นขึ้น แต่ปลายทางเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ? การสลับตัวของพี่น้องในวันแต่งงาน ? ความรักของทั้งสองพี่น้อง จะดำเนินต่อไปในทางใด ? โปรดติดตามชมละครแนวดราม่า เรื่อง เหลี่ยมรัก

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ เพียงผืนฟ้า



ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ เพียงผืนฟ้า

เรื่องราวความรักของแม่ที่มีต่อลูก ยอมให้ลูก ๆ ไปเป็นลูกของคนอื่นที่มีฐานะที่ดีกว่า แต่สายใยความรักก็ยังมีต่อกัน ความผูกพันธ์ที่ตัดไม่ได้ขายไม่ขาด เรื่องราว (ลาว ไทย เขมร พม่า) จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามกันได้เลย

ครูไพลิน(ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์) เพิ่งมาทำงานในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ได้พบความผิดปกติของเด็กสองคนที่เป็นพี่น้องกัน ทองแสง(ด.ช.ศิลปิน อยู่หน้า)ซึ่งเป็นพี่ชายชอบไถ่เงินเพื่อน ส่วนเงินยวง ( ด.ญ. ภูษณิศา ปิติธนสารสมบัติ)น้องสาวชอบหนีออกจากโรงเรียนในตอนกลางวันจากการสืบของครูไพลินทำให้รู้ว่า ทองแสงและเงินยวงมีครอบครัวที่ยากจน มีแม่จัน(อภิรดี ภวภูตานนท์)ซึ่งเป็นแม้ของเด็กทั้งสอง แม่จันป่วยเป็นโรคตับแข็งและพิษสุราเรื้อรัง ทองแสงและเงินยวงต่างก็หาวิธีที่จะหาเงินให้แม่ ครูไพลินสงสารจึงตามไปแอบดู เมื่อแม่จันเห็นไพลินก็ช็อกหมดสติไป ไพลินกลับบ้านมาเล่าให้แม่แป๊ด(ทิศนา ดำรงศักดิ์)ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อแม่แป๊ดได้ฟังก็ตกใจ แต่ก็ไม่กล้าเล่าอะไรให้ไพลินฟัง

วันรุ่งขึ้นแม่จันรีบเก็บข้าวของแล้วพาทองแสงกับเงินยวงไปที่ท่ารถเหมือนหนีเรื่องอะไรบางอย่าง ไพลินตามไปขัดขวางพร้อมกับแม่แป๊ด ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แม่แป๊ดต้องเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ไพลินฟัง ว่าความจริงแล้วแม่จันคือแม่แท้ๆ ของไพลิน และยังมีเพชร(ไดอานา จงจินตนาการ)กับพลอย(ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์)ที่เป็นพี่สาวของตนอีก ตอนแรกไพลินรับไม่ได้กับเรื่องราวทั้งหมด แต่ในที่สุดไพลินก็ตัดสินใจเผชิญหน้า แต่แม่จันกลับไม่ยอมรับความจริง ไพลินเสียใจมากเดินตากฝนออกไปล้มลงบนรถคันหนึ่ง เจ้าของรถคันนี้เป็นหนุ่มธุรกิจชื่อ แดนนี่(ศิวัฒน์ โชติชัยรินทร์) แดนนี่พาไพลินไปพักที่คอนโดแล้วแอบถ่ายรูปของไพลินไว้เมื่อไพลินตื่นก็เข้าใจผิดคิดว่าแดนนี่เป็นโรคจิตจึงวิ่งหนีออกมา ไพลินตัดสินใจที่จะไม่ยุ่งกับแม่จันอีก แต่พูดยังไม่ทันจบทองแสงกับเงินยวงก็วิ่งมาบอกไพลินว่าแม่จันป่วยหนัก ไพลินกับแม่แป๊ดจึงพาแม่จันไปส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าการรักษาต้องใช้เงินจำนวนมาก



ในขณะที่แม่จันนอนหลับก็ได้พร่ำเพ้อถึงลูกทั้ง 3 คนที่หายไป ไพลินสงสารแม่จึงตัดสินใจออกตามหาเพชรกับพลอยเพื่อนหาเงินค่ารักษาพยาบาลมาให้แม่จัน เพชรเติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจ ซึ่งเชน(ธาดา โพธิวิหก) และสายชล(วิไลลักษณ์ ไวงาน)ได้สอนให้เพชรเป็นคนเข้มแข็งและเป็นคนเคร่งขรึม ไพลินพยายามเข้าให้ถึงตัวเพชรเพื่อบอกเรื่องของแม่จัน ไพลินมียินดี(ดนัย สมุทรโคจร)เพื่อนสมัยเรียนคอยช่วยเหลือ ไพลินมานั่งรอที่หน้าสำนักงานของเพชรทุกวัน ไพลินได้พบกับแดนนี่ลูกชายของดนู(ธาดา โพธิวิหก)หุ้นส่วนสำคัญของบริษัท ไพลินรู้ว่าแดนนี่สนิทกับเพชรมากจึงอาศัยแดนนี่เพื่อเข้าไปถึงตัวเพชร เพชรถึงกับช็อกเมื่อทราบความจริง และยังรับไม่ได้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อสายชลทราบว่าไพลินเป็นใครก็รู้สึกโกรธส่งคนมาข่มขืนไพลิน แต่แดนนี่มาช่วยไว้ทัน ไพลินเสียใจมากเพราะคิดว่าเพชรเป็นคนทำ ไพลินตัดใจเรื่องเพชรจึงหันไปหาพลอย ซึ่งพลอยแตกต่างไปจากเพชรมาก พลอยมีคู่หมั้นเป็นนักการเมืองชื่อ โต้ง(สุรวุฑ ไหมกัน) พลอยรักโต้งมาก แต่โต้งหมั้นกับพลอยก็เพราะนามสกุลพลอยเท่านั้น พลอยกลัวโต้งจะรู้ความจริง ไพลินจึงให้สัญญากับพลอยว่าจะรักษาความลับไว้ให้ดี ไพลินพาพลอยไปหาแม่จัน แต่แม่จันกลับไม่ยอมรับลูกทั้งสอง

พลอยรู้สึกเสียใจมากจึงเอาเรื่องทั้งหมดไปปรึกษา เก้ง(ตะวัน จารุจินดา)จ่าทหารเรืองซึ่งเป็นลูกของปรางค์(วาสิฏฐี ศรีโลฟุ้ง)คนใช้ในบ้านของพลอย ลึกๆ เก้งก็แอบรักพลอย แต่ก็ไม่อาจเอื้อม ต้องปล่อยให้พลอยหมั้นกับโต้ง ลับหลังพลอยโต้งกลับคิดจะข่มขืนไพลิน แต่แดนนี่ก็มาช่วยไว้ทัน ไพลินได้เตือนพลอยถึงนิสัยของโต้ง แต่ด้วยความรักโต้ง พลอยจึงตัดความสัมพันธ์กับไพลิน ไพลินได้เข้ามาทำงานที่บริษัทของเพชรด้วยความช่วยเหลือของแดนนี่ในตำแหน่งเลขา แต่ไพลินไม่เคยทราบมาก่อนว่าต้องมาเป็นเลขาของชงโค(มรกต กิตติสาระ)เธอใช้ไพลินต่างๆนานา แต่ไพลินก็ไม่ท้อ พยายามที่จะเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้เพชรไปเยี่ยมแม่ให้ได้
ทองแสงกับเงินยวงแอบหนีไปหาเพชรที่สำนักงานแต่ก็เข้าไม่ได้ จึงมานั่งร้องเพลงของแม่ ซึ่งทำให้เพชรรู้สึกสะดุดกับเพลงที่ได้ยิน สายชลได้สั่งให้คนมาจับเด็กทั้งสองไปส่งสถานีตำรวจ ไพลินรู้สึกโกรธมาก ยินดีได้เข้าไปต่อว่าเพชรว่าทำอย่างนี้กับน้องแท้ๆ ได้อย่างไร เพชรรู้สึกผิดและได้กล่าวขอโทษยินดี

สายชลประกาศให้เพชรหมั้นกับแดนนี่เพื่อความมั่นคงของบริษัท ทำให้แดนนี่กลุ้มใจมาก ส่วนทองแสงและเงินยวงก็ได้แอบไปหาพลอยที่งานเลี้ยงพร้อมทั้งประกาศว่าทั้งสองเป็นน้องของพลอย ทำให้โต้งเริ่มสงสัยและถามเรื่องราวต่างๆจากพลอย โต้งคิดที่จะถอนหมั้น ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างหนัก โต้งตบตีพลอย เก้งเข้ามาช่วยพลอยไว้ โต้งจึงสั่งเจษ(อะตอม สัมพันธภาพ)จับเก้งไปซ้อมจนเก้งต้องนอนโรงพยาบาล ไพลินก็ยังคงแอบไปหาเพชรเพื่อพูดให้เพชรใจอ่อน แต่ก็กลับถูกสายชลขัดขวาง สายชลได้เสนอเรื่องจับเพชรแต่งงานกับแดนนี่เข้าที่ประชุม ดนูเห็นด้วย ช้อย(เดือนเต็ม สาลิตุล)แม่ของชงโคค้านสุดแรงแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะกรรมการส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย แดนนี่ได้บอกกับทุกคนว่าตนมีแฟนแล้วและจะพามาในงานเปิดตัวเสื้อคอเลคชั่นใหม่คืนนี้ เมื่อสายชลเห็นว่าคู่รักของแดนนี่คือไพลิน สายชลโกรธมาก เช่นเดียวกับช้อยและชงโคต่างก็เข้ามารุมกลั่นแกล้งเพื่อเปิดโปงความต่ำต้อยของไพลิน ไพลินรู้สึกน้อยใจที่เพชรนิ่งดูดาย ไม่เข้ามาช่วย แดนนี่ได้ยินสิ่งที่ไพลินคุยกับเพชร แต่ก็ไม่คิดจะนำเรื่องนี้ไปบอกใคร




โต้งอยากทราบความลับของพลอย เพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันแต่งงานของเขากับพลอย เลยนัดไพลินไปสอบถาม ไพลินไม่ยอมบอกความจริงกับโต้ง เพราะอยากให้พลอยเป็นคนบอกความจริงมากกว่า แต่เมื่อพลอยมาถึงก็สาดน้ำใส่ไพลิน ไพลินเสียใจมาก แต่กว่าพลอยจะรู้ว่าไพลินยังไม่ได้บอกความจริงโต้งจะตามไปขอโทษ แต่ไพลินก็จากไปแล้ว ในวันแต่งงานของพลอยไพลินได้บอกเพชรกับพลอยว่าแม่จันอาการหนักมาก

ทั้งสองถึงกับอึ้งแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ยิ่งเมื่อได้ยินเพลงของแม่ที่ทองแสงกับเงินยวงร้องบนเวทีทำให้เพชรวิ่งออกไปจากงาน ส่วนพลอยก็ถึงกับเป็นลม สายชลได้เดินทางมาหาแม่จันและบอกว่าถ้าทุกคนรู้ว่าเพชรเป็นลูกแม่จัน ชีวิตเพชรจะตกต่ำเช่นไร แม่จันตัดสินใจหนีออกจากโรงพยาบาล แต่แม่จันไปได้ไม่ไกลนักเพราะอาการทรุดหนัก แม่จันก็เป็นลมล้มลงข้างถนน พลเมืองดีพาแม่จันไปทีวัด สายชลรีบเร่งงานแต่งงานของแดนนี่กับเพชรให้เร็วขึ้น

แดนนี่ตัดสินใจบอกทุกคนว่าไพลินท้องกับตนเอง ส่วนพลอยหลังจากแต่งงานกับโต้งแล้ว โต้งก็เริ่มออกลาย ทุกครั้งที่ทะเลาะกันพลอยจะโดนโต้งทำร้ายร่างกาย จนเก้งต้องพาพลอยหนีไปอยู่ที่บ้านพักชายทะเล ในขณะที่เพชรขับมาหาไพลินก็ได้ขับรถซัดน้ำสกปรกสาดใส่แม่จัน เพชรก็ได้ลงมาขอโทษ แต่แม่จันก็ยังคงโวยวาย เพชรจึงโยนเงินก้อนหนึ่งให้แม่จัน จู่ๆ ไพลินก็โทรเข้ามือถือเพชร ทำให้แม่จันรู้ว่าเพชรคือลูกคนโตของแม่จัน เพชรด่าแม่จันโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังด่าแม่แท้ๆของตนเอง เพชรรีบขับรถมาหาไพลิน แล้วขอดูรูปแม่จัน เมื่อได้เห็นรูปเพชรก็ตกใจเพราะคนในรูปก็คือผู้หญิงที่เพชรเอาเงินโยนให้ไป ทองแสงและเงินยวงได้ปลอมตัวเป็นเด็กของทานมาร้องเพลงของแม่เพื่อให้แม่ออกมาหา จนได้รู้ว่าแม่จันมาแอบซ่อนตัวอยู่ที่วัด ไพลิน ทองแสงและเงินยวงก็รีบมาหาแม่จันที่วัด แม่จันขังตัวเองอยู่ในกุฏิไม่ยอมออกมาหาลูก

ไพลิน ทองแสง เงินยวงยอมอดข้าวอดน้ำคุกเข่าอยู่หน้ากุฏิจนล้มป่วย แต่แม่จันก็ใจแข็งไม่ยอมออกมาหาลูก เมื่อเพชรรู้ว่าแม่ใจแข็ง เพชรก็ได้บอกกับแม่จันว่าพรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงในบริษัท จะส่งรถคันหนึ่งมารับและถ้าแม่จันไม่ขึ้นรถไปโรงพยาบาล เพชรจะบอกกับทุกคนในงานว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นลูกใคร ทำให้แม่จันยอมกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม่จันอาการดีขึ้นเรื่อยๆ จนออกจากโรงพยาบาลได้ และมาเช่าบ้านอยู่กับทองแสงและเงินยวงซึ่งเป็นเงินที่เพชรกับพลอยส่งให้ ครอบครัวเริ่มจะมีความสุข ช้อยและชงโคตามสืบเรื่องแม่จัน แล้วเสนองานให้แม่จัน เป็นงานแม่บ้าน และในงานเลี้ยงบริษัท แม่จันโดนช้อยกับชงโคกลั่นแกล้งและจิกใช้งานต่อหน้าลูกๆทุกคน แต่แม่จันก็อดทน

ช้อยกับชงโคงัดแผนสุดท้ายออกมาใช้ ด้วยการผลักแม่จันตกบันได เพชร พลอย ไพลิน เผลอตะโกนเรียกแม่ออกมาพร้อมกัน ทำให้ทุกคนรู้ความจริง คืนวันนั้นเองแม่จันได้ออกจากโรงพยาลเพื่อไปแจ้งความกับตำรวจ ว่าตนแอบอ้างเป็นแม่ของเพชรกับพลอยเพื่อเรียกร้องเงิน โดยตามสายชลกับโต้งมาเป็นพยาน ตำรวจับแม่จันเข้าคุกฐานกรรโชกทรัพย์ ทองแสงกับเงินยวงนอนร้องเพลงของแม่อยู่หน้าห้องขัง เพชร พลอย ไพลินทราบเรื่องก็รีบมาที่โรงพัก แต่ก็มีอุปสรรคขัดขวางมากมาย

แต่สุดท้ายทั้งสามคนก็มาทันวาระสุดท้ายของแม่จัน เพชร พลอย ไพลิน ได้บอกกับแม่จันว่าไม่มีใครรังเกียจแม่จัน ลูกๆทุกคนยอมรับในตัวแม่จัน ทำให้แม่จันรู้สึกดีใจ ทั้งห้าคนได้เข้าไปกอดแม่จันในห้องขัง พร้อมทั้งร้องเพลงของแม่ และกล่อมให้แม่หลับไป งานศพแม่จันดำเนินไปอย่างอบอุ่น เพชรลาออกจากงานแล้วแต่งงานกับยินดีแล้วตั้งท้องลูกสาวให้ชื่อว่าจันทร์ฉาย ส่วนพลอยก็หญ่ากับโต้งและแต่งงานกับเก้ง ไพลินกับแดนนี่ก็แต่งงานกัน

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/

ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ เพลิงสีรุ้ง




ดูดวง ไพ่ยิปซีทั่วโลก-เรื่องย่อ เพลิงสีรุ้ง




เปลวไฟที่กำลังเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่าง...

ภายในเปลวไฟก็ยังมีความสวยสดงดงาม
มีหลากสีสรร รอแมลงเม่าบินเข้ามาสู่เปลวไฟใน...
เพลิงสีรุ้ง

คัทลียา
หรือ แคท เป็นหญิงสาวที่งดงามอ่อนหวาน ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยสง่าและเป็นกุลสตรีที่ดี ทำให้มีหนุ่มมาติดพันมากมาย แคทกลับมีใจให้หนุ่มน้อยรุ่นน้องชื่อ ทินรัตน์ แต่เพราะความทะเยอทะยานอยากร่ำรวยและต้องการความเป็นอยู่ที่เลิศหรู แคทจึงเลือกที่จะแต่งงานกับ นายเทพ เศรษฐีหนุ่มใหญ่ โดยที่ไม่รู้ว่าเทพเป็นบิดาของทินรัตน์ ทินรัตน์ต้องอยู่ในบ้านอย่างไร้ ความสุข เพราะรู้ตัวว่าเขาหลงรักหลงรูปของแม่เลี้ยงอย่างไม่อาจตัดใจได้ แคทเป็นเสมือนนางในฝัน ที่ทินยกย่องเทิดทูนหญิงสาวว่าเธองดงามไม่มีที่ติและวางตัวดีเป็นเลิศไม่มี บกพร่อง มีแต่เขาที่เหมือนมีบาปในใจ หลังการแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการของบิดา ทำให้ทินอยู่ในบ้านอย่างทรมานใจ เขาจึงตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศและกลับมารับช่วงทำงานต่อจากบิดา

หลาย ปีที่แคทเป็นนายหญิงของบ้าน ทินจึงหาเหตุไม่อยู่บ้าน และเดินทางไปติดต่องานต่างประเทศบ่อยๆ โดยที่บิดามิได้สงสัย เขามีห้องชุดหรูหราในใจกลางเมืองพักอยู่เป็นส่วนตัว นายเทพเห็นชอบกับทุกสิ่งที่ทินทำด้วยความรักและเกรงใจลูกชายคนโต แคทได้ครอบครองทุกอย่างที่ปรารถนา มีคฤหาสน์ใหญ่ มีครอบครัว มีฐานะที่มั่นคงร่ำรวยชนิดที่จะเนรมิตทุกสิ่งตามต้องการได้ เธอมีลูกชายกับเทพหนึ่งคนคือ ขัตติยะ หรือ ขวด และรับน้องชายคือ อัสนี หรือ ใหม่ มาดูแล ใหม่อายุมากกว่าขวดเพียงสามปี ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกันทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันมากมาตั้งแต่เด็ก ทินรัตน์ยอมกลับมาพักที่บ้านบ้างบางโอกาสเพื่อใกล้ชิดกับบิดาและน้องชาย ตลอดเวลานับสิบปี...แคทจึงได้มีโอกาสเห็นทินเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากหนุ่มน้อยวัยรุ่น เป็นหนุ่มหล่อคมเข้มที่ใจเย็น อ่อนโยน หากฉลาดปราดเปรื่อง มีความเชื่อมั่นในตนเอง ทรงอำนาจ และมีความสามารถ นายเทพไว้ใจลูกชายคนโตจึงให้เขาควบคุมการบริหารทั้งหมด เขากลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่มีสาวๆ มารุมล้อมมากมาย แต่ลึกลงไปในหัวใจ ทินยังมีแคทเป็นเงา เป็นนางในฝัน

เทพเสียชีวิตเมื่อขวดอายุเพียง 10 ขวบ ความรับผิดชอบและอำนาจในครอบครัวทั้งหมดจึงตกอยู่กับทินรัตน์ ทินจำต้องย้ายกลับมาอยู่บ้าน แคทย้ายออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ไปอยู่ที่ตึกใหญ่หรูหราด้านข้างที่เทพตั้งใจ ปลูกให้ทินพักเป็นส่วนตัว ทินยิ่งชื่นชมในน้ำใจและการวางตัวของแคท ซึ่งอ้างว่าเขาเป็นทายาทคนโต ควรได้อยู่อย่างสมฐานะ ขวดซึ่งเติบโตมา ด้วยมือที่รักและตามใจของมารดา ที่พร่ำบอกให้เขาดูพี่ชายคนเก่งเป็นตัวอย่าง เขาหัวอ่อนเรียนไม่เก่ง หากก็มีความใฝ่ฝันที่จะเก่งกล้าสามารถ จะเป็นที่ชื่นชมของพ่อแม่อย่างพี่ชาย สำหรับขวด ทินจึงเป็นพี่ชายที่เขาทั้งรัก ทั้งเทิดทูน ทั้งหวาดกลัวที่สุดในเวลาเดียวกัน ผิดกับใหม่ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า เป็นคนที่ขวดสามารถพูดคุยได้อย่างสนิทสนมและไว้วางใจที่สุด ทินไม่ชอบใจที่น้องชายติดน้าชายแจ จึงพยายามกันคนทั้งคู่ให้ห่างจากกัน และเขาไม่พอใจนักที่ดูเหมือนว่า แคทจะให้ความรักและใส่ใจกับใหม่มากกว่าขวดที่เป็นลูกชาย

หลังจากนาย เทพตายจากไป ความรู้สึกลึกๆ ในใจที่แคทพยายามปิดบังไว้ตลอดเวลาก็ยิ่งแจ่มชัดขึ้น นั่นคือความรักความชื่นชมในตัวของทินรัตน์ลูกเลี้ยง ผู้ชายคนเดียวที่ซ่อนอยู่ในหัวใจอย่างแท้จริง แม่เลี้ยงสาวสวยกับลูกเลี้ยงหนุ่มหล่อที่มีวัยต่างกันเพียง 5 ปี ต่างพยายามรักษาเกียรติยศของตน และซุกซ่อนความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันไว้ตลอดเวลา สารภี คนเก่าแก่ของตระกูลที่ภักดีต่อทินรัตน์ และมีความผูกพันต่อแคทซึ่งเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน พอจะมองความสัมพันธ์นี้ออกด้วยความเห็นใจ

แต่ทินวางตัวอย่างคนที่ รักษาระยะห่างไว้ได้อย่างเหมาะสม แม้จะอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน อยู่อย่างคนในครอบครัวเดียวกัน มีช่วงเวลาที่อยู่กันพร้อมหน้า เขาควบคุมดูแลใส่ใจในเรื่องของน้องชาย แต่ชายหนุ่มเป็นคนบ้างาน ทุ่มเทให้กับงาน และช่วงเวลาใดที่น้องชายไม่อยู่ร่วมบ้าน ทินก็มีเหตุให้ต้องติดงานในต่างประเทศ หรือหายตัวไปพักที่ห้องชุดหรูแทนการกลับบ้าน แต่ไม่ว่าทินจะเลือกทำสิ่งใด แคทก็ยังมีความสุขกับการได้เห็นเขา ได้อยู่ใกล้ชิดในรั้วบ้านเดียวกัน และการที่ทินไม่ตัดสินใจแต่งงานออกเรือน ทำให้แคทแน่ใจว่าเขายังเหลือเยื่อใย ยังมีภาพเธออยู่ในใจเช่นกัน

ทิน รู้ว่าเขาไม่อาจทำตามใจปรารถนาในเรื่องของความรัก เขาเป็นคนทระนงในศักดิ์ศรี และสำนึกในความรักความไว้ใจที่บิดามีให้ ทำให้ทินรู้สึกผิดบาปทุกครั้งที่คิดฝันเกินเลยไป ในแวดวงสังคมทินพอใจในความสวยอ่อนหวานของ เสาวรส หรือ รส ซึ่งเป็นสาวมั่นจิตใจดี ทั้งคู่ควงกันออกงานสังคม ทินรู้สึกสบายใจยามอยู่ใกล้รส จึงคบหาดูใจกันเรื่อยมา ที่สุดทั้งคู่ตกลงหมั้นหมายกัน

เสาวรสรักทินรัตน์ และแน่ใจว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด ที่ชนะใจผู้ชายที่ดีเพียบพร้อมอย่างทินรัตน์ แต่จนแล้วจนรอด...ผ่านไปนานหลายปี ทินก็มิได้เร่งรัดหรือสนใจเรื่องการแต่งงาน ทั้งที่ห้าปีที่ผ่านมาเสาวรสแน่ใจว่าเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนอื่นขวดเติบโต เป็นเด็กวัยรุ่น ช่องว่างระหว่างเขากับพี่ชายยอดบูชายิ่งห่างไกล ขวดรู้สึกถึงข้อด้อยมากมายของตนยามอยู่ต่อหน้าพี่ชาย จึงพยายามหลบหน้าเขา ทินทุ่มเทให้กับหน้าที่การงานซึ่งประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่เป็นที่จับตามองของสังคม และเพราะความในใจที่มีต่อแม่เลี้ยงทำให้ห่างเหินจากน้องชายไปมาก



ขวดกลุ้มใจและกลายเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหา คนเดียวที่พอจะเข้าใจเขาคือน้าชาย แต่ทินรัตน์ไม่ชอบหน้าใหม่ และไม่ต้องการให้ใหม่ใกล้ชิดกับขวด เมื่อผลการเรียนของขวดตกต่ำลง ทินกลับโทษว่าเป็นความผิดของใหม่ แคทเริ่มมองออกว่าลูกชายเหลวไหลและกล่าวโทษว่าลูกชาย ทำให้ขวดยิ่งเคว้งคว้างไร้ที่ยึดเหนี่ยว ยิ่งเติบใหญ่ขวดยิ่งแน่ใจในอารมณ์อันอ่อนไหว และความรู้สึกที่เบี่ยงเบนของตนเอง เขารู้ตัวเองว่าเป็นเกย์ และก็ยิ่งทุกข์ใจเป็นที่สุดเพราะกลัวว่าพี่ชายจะรู้ความจริงข้อนี้ ขวดเริ่มใช้ยาเสพติดและอ้างเรื่องการเรียน ขอย้ายไปอยู่อพาร์ทเม้นท์หรูใกล้มหาวิทยาลัย แคทเห็นด้วยและสนับสนุนที่จะให้ขวดไปอยู่ที่นั่น เพราะไม่ต้องการให้ทินพบเห็นมีเรื่องขัดตาขัดใจกับน้องชาย

ทินรัตน์ เอาใจน้องชายด้วยการซื้ออพาร์ทเม้นท์ให้ขวดเป็นของขวัญวันเกิด จอมขวัญ หรือ ขวัญ เป็นเด็กสาวรุ่นในวัยเดียวกับขวด เป็นเพื่อนหญิงที่ขวดรักและวางใจ ขวัญเป็นคนสวยน่ารักที่มีปัญหาส่วนตัวมากมายพอๆ กับขวด เธอหนีออกจากบ้านมาอยู่กับขวดที่อพาร์ทเม้นท์ ขวดได้ขวัญอยู่เป็นเพื่อน แต่ทั้งคู่ก็อ่อนเยาว์เกินกว่าจะช่วยแก้ปัญหาของกันได้ขวดมีรูปทินที่หัว เตียงและมักพูดถึงความสามารถ ความใจดีของพี่ชายที่อ่อนโยน ขวดภาคภูมิใจในตัวทินรัตน์มาก ทำให้ขวัญพลอยรู้สึกดีไปด้วย ขวัญพยายามเตือนขวดเรื่องการใช้ยาและการคบเพื่อนใหม่มาเยี่ยมหลานและรู้สึก พอใจขวัญ จึงต่างดูแลทั้งสองคนเท่าที่จะทำได้

ใหม่ห่วงหลานจึง พยายามเตือนให้เขากลับบ้าน แต่ขวดกลัวทินรู้เรื่องจึงไม่กล้ากลับบ้าน ขวัญพยายามเตือนขวด เพราะเธอรู้สึกว่าขวดอยู่ท่ามกลางความรักของคนในครอบครัว ไม่ควรที่เขาจะหลงทางอยู่เช่นนี้ เธอเตือนให้ขวดรู้ว่าความรักเป็นสิ่งมีค่า ต่างกับเธอที่ไม่มีคนรักคนสนใจขวดรู้ตัวและพยายามที่จะกลับมาเดินในเส้นทาง ที่ถูกต้อง เขาตัดสินใจไปคุยกับมารดา เพื่อขอให้แม่พูดกับพี่ชายให้ยอมรับว่าเขาเป็นเกย์ เขาอยากกลับมาอยู่บ้าน แต่แคทกลับรับไม่ได้ที่ลูกชายเป็นเกย์ และกลัวว่าทินไม่พอใจในเรื่องนี้ ทั้งอาจโทษว่าเธอเลี้ยงลูกไม่ดี แคทด่าว่าและโทษลูกชายว่าเขาทำให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง จนทำให้เขาเสียใจมากออกจากบ้านไปอีกครั้งใหม่ต่อว่าพี่สาวอย่างรุนแรง เขาดูออกว่าแคทใส่ใจต่อความรู้สึกของทินรัตน์มากกว่าความรู้สึกของลูกชาย เสียอีก ขวดเตลิดไปอย่างคนที่เสียขวัญ เสียศูนย์ ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว เพื่อนในกลุ่มเดียวกันชวนไปขับรถแข่งซิ่ง ขวดเสพยาอย่างแรงและโทรศัพท์ไปหาใหม่ บอกเขาว่าทางออกที่เขาเลือกคือ จะไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังทั้งมารดาและพี่ชาย ก่อนที่เขาขับรถคว่ำเสียชีวิต

ทินรัตน์ ไม่เคยรู้เรื่องส่วนตัวของน้องชาย เขาเดินทางไปต่างประเทศหลายสัปดาห์ เขาได้รับข่าวร้ายจากเมืองไทยว่าน้องชายคนเดียวเสียชีวิต ทำให้ต้องรีบเดินทางกลับเมืองไทยในทันที ทินเสียใจกับเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นมาก และโทษว่าเป็นความผิดของตนเองที่ใส่ใจขวดน้อยเกินไป หลังงานศพจึงคิดสืบหาความจริงและสาเหตุที่ทำให้ขวดต้องตายทินพอจะรู้ว่าน้อง ชายเป็นเด็กขี้เหงามีปัญหาเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วไป เพราะขวดใช้ชีวิตแบบลูกเศรษฐีที่ถูกมารดาตามใจจนเสียคน

แต่เขาไม่ เคยโทษมารดาเลี้ยง กลับพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเพื่อนของน้องชายว่ามั่วสุมกัน จนเป็นสาเหตุให้ขวดใช้ยาเกินขนาดและเสียชีวิตในที่สุดแม้จะไม่ได้อยู่ดูแล น้องชาย แต่ขวดเคยเล่าให้พี่ชายฟังถึงเพื่อนสาวคนสนิทชื่อจอมขวัญ ทินรัตน์จึงปักใจเชื่อว่าจอมขวัญเป็นเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า เป็นแค่เด็กข้างถนน และที่สำคัญเป็นต้นเหตุให้ขวดต้องตาย เมื่อรู้ว่าเธอพักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ของขวด ทินแน่ใจว่าขวัญเป็นภรรยาของขวด เป็นคนชักนำให้ขวดเสียคน จึงไล่ขวัญออกจากที่พักอย่างไม่ไว้หน้าขวัญผิดหวังมากที่ทินโยนความผิด ทุกอย่างจากการตายไปของขวดมาที่เธอ ทั้งยังเหยียดหยามสารพัดโดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ขวัญรู้ดีว่า ขวดรักพี่ชายมาก ขวดคงไม่ต้องการให้ทินรู้ความจริงว่าเขาเป็นเกย์ จึงไม่ยอมบอกความจริงนี้กับทิน ขวัญไม่มีที่ไป เมื่อทินมาคุกคามเธอที่ห้อง บังคับให้ย้ายออกไปทันที จึงเอาตัวรอดด้วยการบอกว่าเธอท้องกับขวด เพียงเพื่อจะได้พักอยู่ในห้องนี้ต่อไป อีกทั้งส่วนลึกในใจขวัญแอบชื่นชมทินมานานก่อนจะพบเขาเสียอีก จึงต้องการที่จะเอาชนะเขา และทำให้เขาเห็นคุณค่าของเธอมากกว่านี้ทินเชื่อสนิทใจว่าขวัญท้อง เขาเห็นเธอเป็นเด็กวัยรุ่นใจแตกที่ต่ำต้อย จึงเสนอที่จะดูแลเธอจนกว่าจะคลอด แลกกับการให้เธอยกลูกในท้องให้เขา เพราะเขาตั้งใจจะเลี้ยงดูเลือดเนื้อเชื้อไขของขวดให้ดีต่อไป ขวัญพอใจที่ทินอ่อนข้อให้และมีท่าทีเป็นมิตรมากขึ้น แม้รู้ดีว่าทินไม่เคยมองเห็นคุณค่าของเธอเลยแม้แต่น้อยใหม่ตามห่วงใยดูแลและ เตือนว่าขวัญกำลังเล่นกับไฟ ทินเป็นคนเข้มงวดจริงจัง ทินคนดีเป็นคนที่ดีก็ดีสุดแสน ยามร้ายก็ร้ายเหลือรับ

สำหรับทินไม่ เคยมีทางสายกลาง หากรู้ว่าถูกหลอก ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยขวัญลอยนวลไปง่ายๆ ขวัญยอมรับว่าเธอไม่มีทางเลือกเพราะไม่มีที่ไป และต้องการทำให้ทินรู้จักเธอให้ถูกต้องว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา ทินรัตน์ กลับมาอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูล หลังจากที่ไม่ได้กลับมานานหลายเดือนเพราะยุ่งกับงานและเรื่องขวัญ ทั้งไม่ต้องการอยู่ใกล้แคทมากเกินไป แต่ก็ไม่มีทางเลี่ยง เขาพยายามปลอบใจและอยู่เป็นเพื่อนมารดาเลี้ยง เมื่อเธอปรารภว่าเหงาและเบื่อหน่าย


ผู้คนในบ้านดีใจในการกลับมา ของทิน คนที่เป็นนายผู้ชายของบ้าน เพราะดูเหมือนว่านับแต่บิดาเสียชีวิตไป ทินแทบไม่เคยกลับมาพักที่บ้านอย่างจริงจัง ราวกับว่านี่ไม่ใช่บ้านของเขา เหมือนเขามีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปดูแลธุรกิจในต่างประเทศบ่อยๆ กลับมาเมืองไทยแต่ละครั้งก็อยู่ที่บ้านเพียงไม่กี่วัน หรือหายหน้าไปอยู่ห้องชุดที่พักส่วนตัวเสียบ่อยๆ คนในบ้านจึงดีใจทั่วหน้าโดยเฉพาะแคท ซึ่งคิดว่าต่อไปนี้ไม่มีขวดมาตอกย้ำความสัมพันธ์ที่น่าอึดอัดของตนกับทินอีก ต่อไป ความสนใจใส่ใจที่แคทมีต่อทินจึงเปิดเผยมากขึ้นทุกวันจนทินยิ่งอึดอัด เขาจึงเอาเสาวรสมาบังหน้า พาเธอมาทานข้าวที่บ้าน แคทฉลาดพอที่จะแสดงท่าทีที่สงบเสงี่ยมต่อหน้าทิน แต่กลับหาทางเปิดเผยให้รสรู้ ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ทินใฝ่ฝันถึงมานาน รสเองก็รู้สึกได้ถึงท่าทีแปลกๆ ของคู่หมั้นหนุ่มยามอยู่ต่อหน้าแคท ใหม่พยายามเตือนสติพี่สาวว่าเธอไม่มีทางได้ครอบครองทินรัตน์ เพราะคนอย่างเขาจะไม่ยอมมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยง

ใหม่ ขอให้แคทมองผู้ชายที่มาติดพันอย่าง นายคณิต นายธนาคารหนุ่มใหญ่ที่คบหาและสนใจแคทมาก นายคณิตให้เกียรติแคทมากถึงขนาดว่าหากเธอตกลงใจเลือกเขา จะมีการแต่งงานอย่างสมเกียรติของทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นแน่ แต่แคทไม่เคยสนใจนายคณิตอย่างจริงจังทินชวนรสไปซื้อของใช้เด็กและพาไปรู้จัก กับขวัญ รสรู้สึกเห็นใจและเอ็นดูขวัญจึงไปเยี่ยมเธออีกหลายครั้ง ทำให้ได้รู้จักใหม่ด้วย แม้จะมีวัยที่แตกต่างกัน ใหม่กับรสกลับพูดคุยกับถูกคอ และเข้าใจกันได้โดยเร็ว ใหม่เห็นใจเสาวรสเพราะรู้ดีว่าทินไม่ได้รักเสารสจริงจังในเชิงชู้สาว ขณะที่รสก็รู้ดีว่าใหม่แอบรักขวัญ แต่ขวัญนั้นซ่อนเงาของทินไว้เต็มหัวใจมองจากภายนอกทุกอย่างราบรื่นเป็นปกติ แต่ทินเริ่มรู้สึกว่าเขาอยู่ใกล้แคทเกินไป แคทยังวางตัวได้อย่างดีเลิศ

ทิน ยังคงรู้สึกว่าแคทเป็นผู้หญิงที่เขายกย่อง และไม่เคยรู้สึกว่าแคททำสิ่งใดไม่ดีไม่งาม เมื่อรู้ว่าใหม่ยังไปยุ่งเกี่ยวกับขวัญ ทินเตือนใหม่ให้อยู่ห่างๆ ขวัญ ใหม่ไม่ฟังจึงทำให้ทินโกรธมาก ใหม่ยังเรียนไม่จบเขายังต้องพึงพาเงินที่พี่สาวส่งเสีย และแคทย้ำให้เขาสำนึกถึงบุญคุณของทิน ขอร้องให้เขายอมอ่อนข้อให้ทิน ใหม่ต้องยอมอดทนเรื่อยมา แต่ตั้งใจว่าเมื่อเรียนจบเขาจะย้ายออกจากบ้าน เขาจะต้องยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้ ตลอดเวลาที่ใหม่มีปัญหา เขาได้เสาวรสเป็นคนปลอบใจให้กำลังใจที่จะสู้ชีวิต

ทินพาตัวเองไปใกล้ ชิดขวัญ และใส่ใจเด็กสาวมากขึ้น ด้วยข้ออ้างว่าเกรงเธอจะทำตัวไม่ดี หรือดูแลตัวเองไม่ดี เขาคิดจะซื้อบ้านให้ขวัญเพื่อให้เธออยู่อย่างสบาย และหากขวัญทำตามข้อตกลงยอมยกลูกของขวดให้ เขาจะยกบ้านหลังนี้ให้ ขวัญได้เห็นบางมุมของทินที่น่าประทับใจ แต่ส่วนใหญ่เธอยังต้องทนกับการหยามประณามจากทินที่ตอกย้ำว่าเธอต่ำต้อย เป็นเด็กข้างถนนที่ไร้คุณค่า และเธอต้องรับผิดชอบต่อการตายของขวด

ทิน ไม่เห็นขวัญแพ้ท้อง แต่เขาไม่มีประสบการณ์หรือความรู้เรื่องเกี่ยวกับคนท้องเลย จึงพาขวัญไปหา หมออติ ซึ่งเป็นเพื่อนของตน ขวัญหว่านล้อมให้หมออติยอมช่วยตนหลอกทินรัตน์ต่อไปจนสำเร็จ ทินเกรงว่าถ้าขวัญไม่แข็งแรงจะกระทบไปถึงเด็กในท้อง จึงพยายามเอาใจและไม่หาเรื่องเธอ ทำให้ขวัญมีช่วงเวลาที่อยู่กับทินอย่างมีความสงบสุขบ้าง แคทเห็นทินหายตัวไปไม่กลับมาบ้านบ่อยๆ เมื่อรู้ว่าเขาตามดูแลขวัญ แคทหวั่นใจว่าเขาจะหลงเด็กสาวอย่างขวัญ แคทยอมรับนัดออกไปทานอาหารที่บ้านนายคณิต จึงได้เห็นรูปของขวัญ นายคณิตบอกว่าเขามีลูกสาวคนเดียวซึ่งหนีออกจากบ้านไปสองปีแล้ว เขาพยายามตามหาแต่ยังไม่พบ แคทรู้ชาติกำเนิดของขวัญแล้วแต่ไม่ยอมปริปากบอกใคร
ขวัญพยายามออกไปหา งานนอกบ้าน พบปะเพื่อนเก่าบ้างเพื่อหาทางออกให้กับตัวเองหากว่าทินรู้ความจริง ขวัญได้งานเดินแบบเพราะความสวยน่ารัก แต่ทินไม่ยอมให้ขวัญทำงาน และยังตามบีบให้บริษัทที่จ้างขวัญทำงานบอกเลิกจ้าง ทำให้ขวัญต้องตกงานอีก

วัน หนึ่งทินเห็นขวัญเดินเที่ยวอยู่กับเพื่อนที่หน้าห้างสรรพสินค้า เขาโกรธที่เห็นขวัญแต่งตัวไม่เหมาะสมในสายตาของเขา จึงลากขวัญขึ้นรถพากลับบ้าน ระหว่างที่ทะเลาะกันอยู่บนรถ มีรถตัดหน้าทำให้รถต้องเบรกกะทันหัน ขวัญโดนกระแทกจนเจ็บตัว ทินเฝ้าถามอย่างเป็นห่วง ทำให้ขวัญเห็นทางออกที่จะจบปัญหาที่ตัวเองก่อไว้ ขวัญวางแผนหายออกไปจากบ้านหลายวัน ทำให้ทินร้อนใจมาก ขวัญให้ใหม่ไปบอกข่าวแท้งกับทิน

ใหม่แจ้งว่าอุบัติเหตุในวันนั้นทำ ให้ขวัญแท้งลูก ทินยิ่งเสียใจ เขาตกใจและโทษตัวเอง แคทพยายามปลอบใจให้คิดว่านั่นเป็นอุบัติเหตุ หาใช่ความผิดของเขา ทินมารอพบขวัญที่ห้องพัก แคทตามมาด้วย แต่ขวัญไม่ได้กลับมาที่ห้อง ทินทนรอไม่ไหวจึงคิดที่จะไปคาดคั้นความจริงจากใหม่ แคทพยายามรั้งตัวทินไว้ด้วยการกอดเขา สัมผัสใกล้ชิดเช่นนั้นทำให้ทินลืมตัว แคทสนองตอบเขาอย่างเต็มใจ ดีที่ใหม่เข้ามาขัดจังหวะ ทินได้สติ เขารู้สึกโล่งใจที่ผ่านวิกฤตนั้นมาได้ แคทต่อว่าน้องชาย ใหม่เตือนแคทให้ยอมรับความจริงว่าสักวันทินจะต้องแต่งงานกับรส คนอย่างเขาไม่มีวันยอมมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยงตัวเอง แคทยอมรับความจริงที่ใหม่พูด หากก็สารภาพกับน้องชายว่าเธอรักเขามากพอที่จะยอมเป็นเมียอีกคน แม้ว่าเขาจะไม่ยกย่องเธอก็ตาม ทำให้ใหม่ผิดหวังในตัวพี่สาวมาก

ใหม่ เตือนรสให้ใส่ใจคู่หมั้น รสจึงมาหาทินและพูดถึงเรื่องการแต่งงาน ทินขอเวลาอีกหนึ่งปี รสเศร้าใจอยู่เงียบๆ เพราะเข้าใจในท่าทีของคู่หมั้นทินแอบดักรอพบขวัญ เพราะรู้ว่าอย่างไรเสียขวัญก็ต้องมาเก็บของที่ห้องพัก ขวัญไปขอพักอยู่กับเพื่อนชื่อ สีนวล หลายวัน แล้วจึงแอบมาเก็บของที่ห้องพัก ขวัญตกใจที่ต้องเผชิญหน้ากับทิน ทินเห็นขวัญไม่มีท่าทีเจ็บปวดอ่อนเพลียจากการแท้ง กลับเข้าใจว่าขวัญหลอกเขาว่าแท้งและคิดจะหนีไป ท่าทีโกรธจัดของทินทำให้ขวัญกลัวมาก ทินโทรถามหมออติเรื่องขวัญแท้ง หมออติจำต้องบอกความจริงว่าขวัญไม่ได้ท้องทินโกรธมากที่ถูกหลอก ทุกคนคงยิ้มเยาะว่าเขาโง่สักเพียงใด ที่ปล่อยให้เด็กชั้นต่ำคนหนึ่งมาหลอกให้หัวปั่นได้เนิ่นนานเช่นนี้ เขาวางแผนแก้แค้นขวัญอย่างเจ็บแสบ

โดยแกล้งเชื่อว่าเธอแท้ง แกล้งทำดีด้วย ขวัญคิดว่าทินสำนึกว่าทำรุนแรงเกินไปจึงไม่ได้ระแวงเป็นอื่น ทินวางยาขวัญ แม้จะโดนวางยาและสติเลื่อนลอย แต่ขวัญก็ยอมเป็นของทินอย่างเต็มใจใหม่มาหาขวัญ และพบว่าทินอยู่ในห้องพักของขวัญ เขาตกใจมากคิดว่าทินข่มเหงขวัญ จึงตรงเข้าทำร้ายทิน แต่สู้เขาไม่ได้จึงถูกทินซ้อมบาดเจ็บ ทินเย้ยใหม่ว่าขวัญเป็นเมียเขา และห้ามใหม่ยุ่งเกี่ยวกับขวัญอีก ขวัญพึ่งรู้ว่าถูกทินหลอก แต่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้ ทินพาขวัญไปอยู่ที่บ้านที่เขาซื้อไว้ ห้ามเธอพบหรือคบกับใหม่อีกขวัญเจ็บตัว เสียใจ สิ่งที่รู้สึกต่อทินมีทั้งความรักและความเคียดแค้นชิงชัง ใหม่คิดว่าทินพาตัวขวัญไปกักขังไว้ จึงบอกเรื่องนี้กับรส รสเสียใจที่ทินถึงกับข่มเหงผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ จึงคืนแหวนหมั้นให้เขา ทินตกใจมาก เขารู้สึกผิดต่อรส จึงตามไปขอคืนดีด้วย

แต่รสไม่ใจอ่อน ทั้งยังเตือนให้เขาปล่อยขวัญไปหากไม่ได้คิดที่จะจริงจังด้วยทินไม่ยอมปล่อย ขวัญ แต่กลับไปอยู่กับขวัญบ่อยครั้ง ทั้งคู่ทะเลาะกัน ขวัญไม่ยอมอ่อนข้อให้ และพูดจายั่วก่อกวนให้เขาเห็นถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนของตนเอง ทินกลับอ้างว่าเขาแค่ข่มเหงผู้หญิงที่เป็นเมียของตน เขาจมอยู่กับความสุขที่ตนเองไม่อาจยอมรับว่าแท้จริงเขาพอใจขวัญ ผู้หญิงที่เขาดูถูกตลอดเวลาว่าเป็นคนต่ำต้อยและใจง่าย ใช้ชีวิตอย่างเหลวแหลก ที่สำคัญเป็นผู้หญิงที่ทำให้น้องชายของเขาต้องตาย



แคทรู้ว่าทินหายหน้าไปเพราะไปค้างแรมอยู่ที่บ้านหลังเล็กที่เขาพาขวัญไป อยู่ด้วย ทำให้ยิ่งเจ็บปวด และเริ่มรู้ว่าแท้จริง ทินรัตน์ยังมีมุมของชีวิตที่เธอไม่อาจแตะต้องหรือครอบครองเขาได้อย่างที่คิด รสตัดสินใจบอกบิดาว่าเธอจะถอนหมั้น รสเริ่มแน่ใจว่าทินผูกพันกับขวัญอย่างไม่อาจตัดใจได้ ทั้งใหม่และรสต่างปลอบใจกันและกันด้วยความเข้าใจ ใหม่สอบเทอมสุดท้ายจบแล้ว จึงตัดสินใจออกจากบ้าน ทำให้แคทเสียใจมากที่ใหม่ไม่เคยห่วงใย หรือสำนึกในบุญคุณของเธอซึ่งเป็นพี่สาวที่ทุ่มเทดูแลเขามาตลอดเวลา รสช่วยหาห้องพักให้ใหม่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้าวหน้าไปด้วยความเข้าใจ ในขณะที่ทินรัตน์ยังติดใจหาความสุขอยู่กับขวัญ แคทเริ่มหันเข้าหาเหล้าด้วยความรู้สึกที่อ้างว้าง ถูกทอดทิ้ง ทินกลับมาบ้านและรู้สึกเห็นใจในความเงียบเหงาของแคท ทำให้ไม่อาจตัดใจ เขายอมไปทานอาหารร่วมโต๊ะที่ตึกเล็ก ยอมตามไปขอให้ใหม่กลับมาอยู่บ้าน ทินเสนอให้ใหม่เรียนต่อ เขาจะส่งใหม่เรียนจนจบปริญญาโท

แต่ใหม่ ตัดสินใจที่จะหางานทำ ขวัญรู้สึกผิดปกติจึงไปหาหมอ และรู้ว่าตัวเองท้อง ขวัญดีใจมากเพราะรู้ดีว่าทินต้องการลูก ครั้งที่คิดว่าเธอท้องกับน้องชาย ทินยังเอาใจใส่ดูแลอย่างดี หากเธอมีลูกกับเขา ความสัมพันธ์ของทั้งสองจะต้องดีขึ้น นายคณิตเห็นขวัญกับใหม่ไปด้วยกัน จึงตามหาใหม่ และขอให้ใหม่พาไปพบขวัญ ขวัญต้อนรับคนเป็นพ่ออย่างเย็นชา นายคณิตขอโทษลูกสาวสำหรับเรื่องในอดีตที่ต่างไม่เข้าใจกัน ใหม่พยายามเกลี้ยกล่อมให้ขวัญกลับบ้านและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขวัญมีความหวังที่จะทำความเข้าใจกับทิน จึงไม่ยอมกลับบ้าน ทำให้นายคณิตต้องจากไปอย่างผิดหวัง ขวัญสารภาพกับใหม่ว่าเธอรักทินทินยุ่งอยู่กับงานและแคทที่พยายามรั้งเขาไว้ ให้อยู่ติดบ้าน แคทรู้สึกได้ว่าทินใจจดจ่ออยู่กับการไปหาขวัญ

ทำ ให้แคทตัดสินใจไปหาขวัญที่บ้าน แคทพยายามแสดงตนเป็นเจ้าของทิน แต่ขวัญรู้ทันและไม่ยอมลงให้ แคทพูดจาดูถูกขวัญทำให้ขวัญตอบโต้อย่างรุนแรง แคทกลับไปบอกทินว่าขวัญเย้ยหยามเธอ ทำให้ทินโกรธมากตามมาเอาเรื่องกับขวัญถึงบ้าน ขวัญผิดหวังและน้อยใจมากที่ทินกล่าวหาว่าเธอเป็นฝ่ายผิด ทั้งที่แคทเป็นคนมาหาเรื่องตนถึงบ้าน จึงตอบโต้ทินอย่างรุนแรง ทินไม่ยอมให้ขวัญดูหมิ่นแคทจึงพลั้งมือทำร้ายขวัญ ทำให้ขวัญตกจากบันได ทินไม่รู้ว่าขวัญท้อง เขาออกจากบ้านอย่างโกรธจัด ขวัญแท้งลูก และสูญเสียความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดที่เคยมีให้ทินใหม่ตกใจมากที่ขวัญต้องพบเรื่องที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้ เขากลับไปส่งข่าวให้ทินรู้ว่าขวัญแท้งลูกจนตาย คราวนี้เป็นการแท้งจริง และคนที่ฆ่าลูกเมียของตัวเองก็คือทิน ทินรัตน์รู้สึกยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น แม้จะทำไปเพราะความไม่รู้ แต่ก็ไม่อาจทำให้เขาเจ็บปวดน้อยลง

ยิ่ง ทบทวนเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อขวัญอย่างไม่อาจให้อภัยตนเองได้ นับจากวันนั้นทินกลายเป็นคนที่จมอยู่กับความทุกข์และเหล้า แม้รสจะเตือนให้เขาลุกขึ้นสู้กับความจริงและเริ่มต้นใหม่ แต่ทินกลับรู้สึกเหมือนเขาสูญเสียทุกอย่างไปแล้วทินเมาเหล้าทุกวัน หากก็พยายามจะรับผิดชอบต่องานของตน ทำให้ร่างกายทรุดโทรมลง แคททนไม่ได้ที่เห็นเขาเป็นเช่นนั้น แคทถือโอกาสขึ้นมาหาทินถึงตึกใหญ่ สารภีพยายามเตือนสติแคท บ่อยครั้งที่ทินเมาจนครองสติไม่อยู่ แคทพยายามหาโอกาสอยู่กับทิน สารภีกลับขัดขวางไว้และโทรเรียกใหม่มาที่บ้าน ทำให้แคทไม่พอใจที่ใหม่คอยขัดขวางระหว่างเธอกับทิน ใหม่เห็นทินต้องอยู่ในสภาพที่หมดกำลังใจเช่นนี้ จึงได้รู้ว่าคนที่ทินรักจริงๆ โดยที่เขาไม่รู้ตัวก็คือขวัญ ใหม่พยายามเตือนสติให้พี่สาวรู้ว่าทินรักขวัญ แคทไม่ควรที่จะฝันถึงผู้ชายอย่างทินอีก แคทด่าว่าใหม่ว่าเขาเนรคุณ

ใหม่ ผิดหวังมากจึงต่อว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะแคทรักผู้ชายที่ตนไม่ควรรัก ทั้งยังทำทุกวิถีทางที่จะครอบครองเขา โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง เพราะต้องการที่จะดูดีและงดงามเสมอในสายตาของทินรัตน์ ทำให้แคทไม่ยอมรับความจริงมาตั้งแต่ต้น หากแคทยอมรับในความผิดพลาดของขวด ยอมให้อภัยลูกชาย มีความรักลูกมากพอที่ทำให้ขวดรู้สึกอบอุ่นใจและมีที่พึ่ง เรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น ใหม่ผิดหวังที่แคทคิดแต่จะโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น โดยไม่สำนึกในสิ่งที่ตนได้ทำลงไป ทินรัตน์กลับมาได้ยินเรื่องนี้จึงขอให้ใหม่เล่าความจริงทั้งหมดทินรัตน์ได้ รู้เรื่องที่เขาควรรู้แต่ไม่เคยรู้มาตลอดชีวิต นั่นคือขวดเป็นเกย์ หากทุกคนในครอบครัวกลับกดดันให้ขวดรู้สึกว่าเขาต่ำต้อย ไม่อาจเทียบกับพี่ชายได้

ขวดทั้งรักทั้งกลัวพี่ชายจะรู้เรื่องและ ไม่ยอมรับในตัวเขา ขวดไม่เคยมีความสัมพันธ์กับขวัญ ขวัญคือคนที่รับกรรมจากความเข้าใจผิดของทินเท่านั้นทินกลับมาที่บ้านเดิมที่ เขาเคยอยู่กับขวัญ ทินได้สติได้คิดได้ไตร่ตรองถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ได้รู้ถึงความเลวร้ายที่เขาทำกับขวัญ เขาทำใจไม่ได้จึงชกกระจกจนมือแตกเลือดท่วมตัวและหมดสติไปด้วยความเมา แคทตามมาพบและพาเขาไปโรงพยาบาล หมออติเตือนว่าอาการเขาน่าเป็นห่วง ทินกลับมารักษาตัวที่บ้าน แคทพยายามใกล้ชิดทิน แต่ทินหมดใจในตัวแคท

เขา ยอมรับความจริงว่าตัวเองเลวเพียงใด เขาเคยรักผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยง เป็นรักต้องห้าม แต่นั่นเป็นรักครั้งแรกที่เขายากจะลืม แต่เขาจะไม่ทำผิดอีกต่อไป รสพยายามช่วยให้ทินตื่นจากฝันร้ายและเริ่มต้นใหม่ แม้จะไม่ใช่คู่หมั้นแต่เธอยังทำตนเป็นเพื่อนที่ดี รสชวนทินไปงานเลี้ยงที่นายคณิตจัดขึ้นเพื่อต้อนรับลูกสาวคนงาม ทินไม่สนใจแต่รสตามมาลากตัวเขาไปร่วมงานจนได้ ทินตกใจที่พบว่าลูกสาวนายคณิตคือจอมขวัญ เขาพยายามขอโทษขวัญ แต่เธอแสดงท่าทีไม่รู้จักเขา ทั้งยังเฉยเมินจนทินเจ็บลึกในใจ

รส ไม่ยอมรับว่าขวัญคือเด็กสาวที่ทินเคยเหยียบย่ำทำร้าย เพราะจอมขวัญคนนี้พึ่งกลับมาจากต่างประเทศ และทำให้ทินได้คิดว่าหากขวัญเป็นลูกสาวเศรษฐีจริง มีหรือที่เธอจะยอมทนให้ทินเหยียดหยามรังแกถึงเพียงนั้น ทินรัตน์แน่ใจว่าขวัญยังไม่ตาย แต่เธอจะไม่มีวันให้อภัยในความเลวร้ายของเขา ทำให้ทินยิ่งจมอยู่กับความทุกข์ทรมาน แคทเริ่มรู้ว่าทินรัตน์จะห่างไกลไปจากเธอมากขึ้นทุกวัน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกทนไม่ได้ แคทชวนทินดื่มเหล้าเพื่อปรับความเข้าใจ แคทพยายามขอให้ทินเห็นใจ แต่ทินยืนยันว่าเขาไม่อาจเห็นแคทเป็นอื่นได้ นอกจากเป็นผู้หญิงที่เคยเป็นภรรยาของบิดา แคทหมดหวังทุกสิ่งจึงแอบวางยาในแก้วเหล้า ทินขอตัวกลับขึ้นห้องนอนด้วยสติเลือนลางแทบจะหลับไป แคทตามทินขึ้นไปบนห้องโดยไม่ยอมฟังคำทัดทานของสารภี

สารภีเห็นความ ผิดปกติจึงตามขึ้นไปดูแคทกอดทินและพร่ำบอกถึงความรักที่เธอมีต่อเขา หากว่าเธอไม่อาจอยู่ร่วมกับเขาในโลกนี้ เธอก็พร้อมที่จะตามเขาไปในอีกโลกหนึ่งที่ทั้งคู่จะสามารถอยู่ด้วยกันได้ แคทใช้มีดแทงทินที่ทรวงอก เขาพลิกหลบด้วยสติที่เหลือเพียงน้อยนิด เลือดแดงฉานท่วมตัวทินรัตน์ที่ช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เขาเสียเลือดมากและขยับตัวไม่ได้ ทั้งยังได้เห็นแคทใช้คมมีดปาดคอตัวเองก่อนที่จะหมดสติไป สารภีช่วยนำทินรัตน์ส่งโรงพยาบาล ด้วยอาการที่สาหัสเป็นตายเท่ากัน ส่วนแคทเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ทำให้ทินรัตน์ยิ่งหมดกำลังใจ เขานอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ไม่ยอมรับรู้สิ่งรอบตัว

ขวัญทำใจ แข็งไม่ยอมไปเยี่ยมเขาสักครั้ง แต่นายคณิตและใหม่ต่างมองออกว่าเธอห่วงทินจนแทบคลั่ง ใหม่ทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาอยากให้เรื่องร้ายจบลงด้วยดี เรื่องร้ายที่พี่สาวเขามีส่วนก่อขึ้นด้วยความรักความหลงทินรัตน์ยอมลุกขึ้น อีกครั้งเพื่อไปร่วมงานเผาศพแคทเพื่ออโหสิกรรมแก่กัน เขาลดทิฐิขอโทษใหม่สำหรับเรื่องในอดีต หากรู้ว่าขวดอ้างว้างสับสน เขาคงใส่ใจขวดมากให้กว่านี้ หากรู้ว่าเขาสำคัญสำหรับแคทเพียงนี้ เขาคงยอมแต่งงานกับเธอ แต่ทุกอย่างล้วนสายเกินไป ใหม่รู้ว่าทินกำลังสับสนและอ่อนแอจึงไปพูดกับขวัญอีกครั้ง เพราะคนที่จะช่วยให้ทินยืนหยัดได้อีกครั้งก็คือขวัญขวัญยังสับสนเพราะเรื่อง ในอดีตร้ายแรงเกินกว่าจะลืมเลือนได้ง่ายๆ ทั้งไม่แน่ใจว่าทินจะรักเธอจริง เพราะคัทลียาเป็นนางในฝันของเขามานานจนเธอไม่แน่ใจว่าทินจะรักใครได้อีก ขวัญตัดสินใจที่จะเดินทางไปต่างประเทศจึงพูดเรื่องนี้กับนายคณิต คณิตเตือนลูกสาวว่าคนเราล้วนเคยผิดพลาด หากขวัญรักทินก็ควรให้โอกาสเขา

ไม่ ควรวิ่งหนีหัวใจตนเองซึ่งไม่มีทางที่จะหนีพ้นไปได้ รสช่วยพูดกับขวัญให้แน่ใจว่า ขวัญเป็นผู้หญิงอีกคนที่อยู่ในหัวใจทินรัตน์ และตอนนี้เธอสำคัญสำหรับเขามาก ทินกำลังทุกข์ทรมานกับบาปที่ตนเองกระทำไปเพราะความเข้าใจผิดทินรัตน์ย้ายตัว เองไปอยู่บ้านที่เขาเคยอยู่กับขวัญ แม้จะไปทำงานทุกวัน แต่เขาก็เหมือนคนไม่มีหัวใจ ไร้ความสุขและมีเหล้าเป็นเพื่อน ขวัญทดสอบหัวใจตนเองด้วยการไปเยี่ยมเขาที่นั่น ทินคิดว่าเขาฝันไปที่ได้เห็นเธอ แค่สัมผัสแรกที่ได้อยู่ในอ้อมแขนทินอีกครั้ง ขวัญก็แน่ใจว่าเธอรักเขามากเกินกว่าจะทอดทิ้งเขาไปได้

ขวัญกลับไป ปรึกษารส บอกว่าเธอรักทิน แต่หากเขาไม่ลุกขึ้นมาสู้ เธอจะไม่กลับไปหาเขาง่ายๆ ทินตามขวัญมาเพราะคิดว่าขวัญให้อภัยเขาแล้ว ขวัญกลับไม่สนใจแยแสบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเพราะเขาเมาหลับฝัน ไปเท่านั้น ทินรัตน์หัวปั่นกับการยั่วยวนของขวัญเสาวรสเห็นเป็นเรื่องสนุก และยุให้ทินเอาชนะขวัญให้ได้ รสกับใหม่กลายเป็นที่ปรึกษาที่ดีของทิน ใหม่กับรสเข้าใจและรักกันได้ในที่สุด ทินดีใจที่รสมีหนทางเดินที่เป็นสุข ส่วนเขายังต้องอดทนและพยายามเพื่อชดเชยสิ่งเลวร้ายที่ทำไว้กับจอมขวัญขวัญ แกล้งยั่วทินทุกวิถีทาง

ทำให้เขาหัวเสียตลอดเวลา แต่นั่นก็ทำให้ทินรัตน์ลุกขึ้นสู้และมีชีวิตอีกครั้ง ทินหมดความอดทนบอกว่าเขาจะฉุดขวัญไปเป็นเมีย รสต้องเตือนว่าขวัญเป็นเด็กมีพ่อแม่ ทินจึงไปขอขวัญจากนายคณิต ก่อนที่จะวางยาแล้วพาขวัญไปบ้านพักที่ชายทะเลขวัญตื่นขึ้นมาพบว่าทินรัตน์ ไม่ได้แตะต้องล่วงเกินเธอ เขาขอโทษและเปิดทางให้เธอเลือก หากขวัญไม่ให้อภัย เขาจะส่งเธอกลับบ้าน จะไม่ตามรังควานเธออีก เขาจะมีชีวิตอยู่เพื่อชดเชยสิ่งที่เคยทำผิดไป ขวัญแน่ใจแล้วว่าเธอสำคัญเพียงใดสำหรับเขา ทั้งคู่พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ เริ่มจากการให้อภัย และจะใช้ชีวิตร่วมกันด้วยความรักความเข้าใจตลอดชีวิตที่เหลืออยู่

ร้านค้าออนไลน์
http://www.albaniagirls.net/
http://www.asktarot.co.cc/
http://www.belizegirl.co.cc/
http://www.digitallife-shop.com/