แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องย่อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องย่อ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒

เรียนไพ่ยิปซีทางโทรศัพท์-เรื่องย่อ Night at the Museum


เรียนไพ่ยิปซีทางโทรศัพท์ 20 ชม.3900 บาท โทร 089-7458432-ภาพยนตร์เรื่อง Night At The Museum หรือ คืนมหัศจรรย์…
พิพิธภัณฑ์มันส์ทะลุโลก เป็นผลงานตลก ผจญภัย แอ็คชั่นสุดมันส์ที่เกิดขึ้นในยามค่ำคืน ลาร์รี่ ดาลี่ (Larry Daley รับบทโดย เบ็น สติลเลอร์) เป็นหนุ่มช่างฝันทัศนคติบวกสุด ๆ ถึงจะอาภัพอับโชคอยู่เรื่อย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำลายแนวคิดฝังหัวที่ว่า ชีวิตของเขาต้องเจอแจ๊คพ็อตเข้าสักวันแน่ ๆ อย่างตอนตกปากรับคำทำงานเบ๊สุด ๆ เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหลุมขุดค้นประวัติศาสตร์ตามธรรมชาติที่พิพิธภัณฑ์นั่น เขาคงไม่รู้หรอกว่า แจ๊คพ็อตก้อนใหญ่จะ ล้มทับ ขนาดนั้น


คืนมหัศจรรย์เกิดขึ้นตอนลาร์รี่เข้าเวร เมื่อชนเผ่ามายัน นักรบโรมัน และคาวบอยกระโจนออกจากฉากจำลองเข้าทำสงครามรบพุ่งกัน กลุ่มมนุษย์ยุคหินที่ตามหาไฟสุดขอบฟ้าก็ดันเผาฉากจำลองของตัวเองเสียราบ กลุ่มฮั่นแอ็ททิลาก็ปล้นสะดมห้องจัดแสดงที่อยู่ติดกัน ส่วนทีเร็กซ์ก็แสดงแสนยานุภาพให้สมชื่อจอมล่าโหดสุด ๆ ในประวัติศาสตร์


ท่ามกลางเหตุโกลาหลอลม่าน ลาร์รี่มีที่พึ่งหนึ่งเดียวซึ่งพอจะขอคำแนะนำได้บ้าง นั่นคือ หุ่นขี้ผึ้งรูปท่านประธานาธิบดี เท็ดดี้ รูซเวลท์ (President Teddy Roosevelt รับบทโดย โรบิ้น วิลเลี่ยมส์) ที่ช่วยฮีโร่จำเป็นของเราให้คุมสถานการณ์สุดขีดคลั่งอยู่หมัด ยับยั้งแผนการณ์ชั่วร้ายทันเวลา และปกป้องพิพิธภัณฑ์ให้คงสภาพไว้ได้ดังเดิม-เรียนไพ่ยิปซีทางโทรศัพท์ 20 ชม.3900 บาท โทร 089-7458432

วันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒

เรียนไพ่ยิปซีทางโทรศัพท์-เรื่องย่อละครเรื่องใจร้าว


เรียนไพ่ยิปซีทางโทรศัพท์ 20 ชม.เรื่องย่อ ละคร เรื่องใจร้าว
กรวิก (เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) ซูเปอร์สตาร์หนุ่มผู้เย่อหยิ่ง แข็งกร้าว ได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมระดับเอเชีย.. ความ สมบูรณ์แบบของเขาทำให้ถูกจับคู่กับเมลานี (วิกกี้-สุนิสา เจทท์) นักแสดงสาวดาวรุ่ง แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะในวันประกาศรางวัล กลับมีหญิงสาวนิรนามมาแสดงความยินดีกับกรวิกต่อหน้าแฟนคลับและกองทัพนักข่าวนับร้อย..แถมสาวเจ้ายังเป็นลมล้มลงจนกรวิกต้องอุ้มพาเธอหายตัวไปต่อหน้าต่อตาทุกคน..
ช็อตเด็ดชวนเป็นข่าวใหญ่ขนาดนี้มีหรือเจษฎา (ดุ๊ก-ภานุเดช วัฒนสุชาติ) นักข่าวมือเก๋าวงการน้ำหมึกจะยอมปล่อยให้หลุดมือ เจษฎาตามเกาะติดรถของกรวิกไปจนถึงที่หมาย.. ภัทร (มอริส เค) ผู้จัดการส่วนตัวของกรวิกต้องลงมาเจรจา แต่เจษฎาก็ไม่ยอมลดราวาซอกดันทุรังจนได้รัวชัตเตอร์ภาพในรถของกรวิก…
แต่อย่างว่าซูเปอร์สตาร์หนุ่มกับผู้จัดการตัวแม่ มีหรือจะปล่อยภาพไปได้ เจษฎาได้แต่ภาพความว่างเปล่าในรถ…ภัทรซ้อนแผนคิดแก้ทางเหล่าบรรดาปาปารัสซี่ตัวแสบอย่างเจษฎาด้วยการให้สองบอดี้การ์ดแวะเปลี่ยนรถระหว่างทาง กรวิกและหญิงสาวในอ้อมแขนของเขาถึงหลุดรอดไปได้อย่างหวุดหวิด กรวิกพาเธอไปที่บ้าน…
…เขาวางเธอลงอย่างทะนุถนอม น้องเอย (แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) หญิงสาวคนเดียวที่เคยเติมเต็มชีวิตของเขา ภาพความทรงจำวัยเยาว์ชัดเจนขึ้น น้องเอยคอยเช็ดตัวเมื่อยามป่วย น้องเอยคอยเป็นกำลังใจเวลาคิดถึงแม่ ความรัก ความอาทร ความห่วงหาอาลัยที่มีอยู่ล้นหัวใจกำลังทะลักทะลายออกมา แต่แว๊บนั้นภาพที่น้องเอยทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เขาคิดจะขอเธอแต่งงานโดยไม่บอกลาเขาแม้แต่คำเดียว ความอ้างว้าง ความโดดเดี่ยวทำให้เขากลายเป็นคนปิดตัว แข็งกระด้าง….และในนาทีนี้ที่เธออยู่ตรงหน้าเขา ความผิดหวัง ชอกช้ำแทรกซึมเข้ามาซ้ำอีก ทำไมเธอถึงทำกับเขาได้เพียงนี้…
ความสับสนวิ่งวนในหัวสมองของกรวิก…และในนาทีนั้น น้องเอย ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับแววตาของความรัก แต่ก็ไม่สามารถตอบคำถามที่วนเวียนในสมองกรวิกมาตลอดแปดปีได้ว่า เอยทิ้งพี่วิกไปเพราะอะไร เขาทวงถามความยุติธรรม แต่เอยก็ไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ได้… กรวิกระบายความรัก ความเสียใจออกมาเป็นความแค้น เอยสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของกรวิกเมื่อแปดปีที่แล้วกับกรวิกซูเปอร์สตาร์ผู้โด่งดังในวันนี้ เขาไล่เธออย่างไร้เยื้อใย เอยกลับไปด้วยความเศร้าแต่ก็ยังอยากจะทดแทนความรู้สึกผิดทั้งหมด… ภัทรและดวงแก้ว (ท๊อป-ดารณีนุช โพธิ์ปิติ) เจ้าแม่มายาต้นสังกัดกรวิก คิดทางออกของข่าวใหญ่ครั้งนี้ด้วยการให้กรวิกแถลงข่าวว่าน้องเอยเป็นเพียงแฟนคลับเท่านั้น… คำพูดตามสคริปท์ของกรวิก ทำร้ายจิตใจน้องเอยเหลือเกิน… แต่เธอก็ต้องก้มหน้ายอมรับกับความผิดที่เป็นฝ่ายทิ้งเขาไป… น้องเอยขอชดใช้ทุกอย่างด้วยการอยู่รับใช้กรวิก 1 ปีเต็มในฐานะผู้จัดการส่วนตัว…
…กรวิกจิกใช้น้องเอยสารพัดวิธี แต่น้องเอยยินยอมทำทุกอย่างโดยไม่เปิดปากบอกว่าความจริงที่เธอหนีหายไปจากชีวิตของเขาเพราะโรคร้ายของเธอ ลักษณ์ (น๊อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) นายแพทย์หนุ่มคู่หมั้นที่เดินทางกลับมาพร้อมกัน และคอยยืนเคียงข้างน้องเอยมาตลอด เป็นห่วงและกังวลใจเหลือเกิน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและสัญญาที่น้องเอยให้ไว้กับเขาว่าถ้าเธอชดใช้ให้กับกรวิกได้สำเร็จ เธอจะเลือกเขาเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเธอตลอดไป แต่ไม่รู้ด้วยพรหมที่แกล้งลิขิตหรือฟ้าดลใจ ลักษณ์มักจะบังเอิญต้องได้พบปะ เจอะเจอและปะทะฝีปากกับเมลานีครั้งแล้วครั้งเล่า เมลานีเองก็แสนจะเกลียดที่ต้องเจอกับเขา…
แต่ก็แอบตอบไม่ถูกกับความรู้สึกบางอย่างในหัวใจ กรวิกทำทุกวิธีเพื่อ ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจของเอย ทั้งๆ ที่ใจจริงแล้วอยากจะสวมกอดหญิงสาวด้วยความรักทั้งหมดที่มีอยู่จนล้นใจ… แล้วยิ่งได้เห็นหมอลักษณ์มาคอยตามรับตามส่ง และเอาใจใส่น้องเอยมากเท่าไหร่ กรวิกก็ยิ่งสรรหาทุกวิถีทางถึงขนาดแกล้งทำเป็นรักเมลานี เพื่อทรมานใจเอย…โดยไม่รู้เลยว่าเมลานีรักเขาเข้าจริงๆ ซะแล้ว มิหนำซ้ำยังทำให้ทอปัด (นาตาลี เดวิส) เด็กสาวที่แอบหลงรักกรวิก ทั้งๆ ที่เขารับอุปการะเธอในฐานะน้องสาว ขัดใจเอามากๆ…
…หมอลักษณ์ใช้เวลาช่วงที่รอเอยชดใช้ความผิดกับกรวิก ด้วยการเข้าทำงานที่โรงพยาบาลของปราชญ์ (หมู-ดิลก ทองวัฒนา) ซึ่งมีปรัชญา (ลิฟท์-สุพจน์ จันทร์เจริญ) ลูกชายทำหน้าที่บริหารงาน แต่ปรัชญาก็ทำงานไม่ได้เรื่องได้ราว…เอาแต่เจ้าชู้ แถมยังแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแสงฉาย (เมย์ เฟื่องอารมย์) อดีตภรรยาของหมอลักษณ์อีกต่างหาก การดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษของปราชญ์ที่มีให้กับหมอลักษณ์ ทำให้ปรัชญาอิจฉาและค้นหาจนแอบรู้ความจริงจนได้ว่า ลักษณ์คือลูกชายแท้ๆ ของปราชญ์ ส่วนตัวปรัชญาเองกลับเป็นเพียงแค่ลูกติดท้องไม่ใช่ลูกแท้ๆ ความผิดหวังเสียใจ ผสมกับความเครียดแค้นทำให้ปรัชญาคิดร่วมมือกับแสงฉายที่อยากจะแก้แค้นเรื่องน้องเอยแย่งหมอลักษณ์ สมรู้ร่วมคิดกันวาง แผนกำจัดหมอลักษณ์
ความสัมพันธ์ของกรวิกกับเอยอยู่ในสายตาหาเรื่องสร้างข่าวของเจษฎาตลอดเวลา ในขณะที่ภัทรก็คอยกันเอาไว้ตลอดศกเหมือนกัน แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังแล้วดวงแก้วที่แสดงออกต่อหน้าใครต่อใครว่าคอยป้องกันกรวิกจากปาปารัสซี่หนักหนา กลับแอบลงทุนเปิดหนังสือปาปารัสซี่ให้เจษฎาออกหน้าและตามจิกข่าวกรวิกกับเอยให้ถึงที่สุด ข้างทอปัดก็ออกฤทธิ์ออกเดชมากขึ้นทุกวัน แถมยังบังเอิญได้รู้จักกับเจษฎาจนได้เสียกันและตกเป็นเครื่องมือในการทำลายชื่อเสียงของกรวิกจนได้…
เอยป่วยหนักจากการกลั่นแกล้งของกรวิกจนกระทั่งต้องเข้าโรงพยาบาล กรวิกแสดงออกว่าโกรธที่เอยหายไป แต่ภายในใจที่ร้อนระอุนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วง เที่ยวออกตามหาจนกระทั่งได้ข่าวว่าเอยป่วย เขาไม่สนใจความเป็นซูเปอร์สตาร์ของตัวเองออกตามหาที่โรงพยาบาลทุกแห่งแต่ก็ไม่เจอ เขาเสียใจ สำนึกผิด หมดหวังบวกกับเหล่าแฟนคลับที่ตื่นตาตื่นใจกับการปรากฏตัวของเขา ทำให้ต้องตัดสินใจกลับ แต่ในความชุลมุนนั้นกรวิกได้ยินประกาศขอบริจาคโลหิตให้ผู้ป่วยฉุกเฉิน กรวิกตัดสินใจขอบริจาคโลหิตโดยไม่รู้ว่าผู้ป่วยฉุกเฉินที่จะรับเลือดของเขาไปล่อเลี้ยงหัวใจที่ขาดแคลนคนนั้นคือเอย ลมหายใจต่อลมหายใจ เลือดจากหัวใจหนึ่งสู่อีกหัวใจหนึ่ง น้องเอยพ้นขีดอันตรายเพราะเลือดของพี่วิก…
ระหว่างพักฟื้นกรวิกก็ได้เจอกับหมอลักษณ์ที่มาขอบคุณผู้บริจาคโลหิตโดยไม่รู้ว่าเป็นใคร…กรวิกคาดคั่นถามหาเอย…หมอลักษณ์ไม่ยอมบอก กรวิกยิ่งเข้าใจผิด…ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมีเพียงม่านกั่นผู้ป่วยเป็นกำแพงระหว่างเขาและเธอเท่านั้น เอยกลับมาทำงานอีกครั้ง…กรวิกยิ่งระบายความเจ็บช้ำและความเข้าใจผิดมากขึ้นทุกที อาการป่วยของเอยก็ทรุดลงเรื่อยๆ จนหมอลักษณ์เป็นห่วงเอย ขอร้องให้หยุดทุกอย่างและกลับต่างประเทศกับเขา…จากวันแรกจนถึงวันนี้เอยเริ่มคิดว่ากรวิกเกลียดเธอมากจริงๆ..และเห็นว่ากรวิกก็มีเมลานีคอยดูแลอยู่แล้ว
เอยตัดสินใจขอเป็นฝ่ายไป…และวางแผนพากรวิกไปทานข้าวมื้อพิเศษ ย้อนเรื่องราวประทับใจของเขาและเธอให้ได้มากที่สุดก่อนจะจากเขาไป ความรัก ความผูกพัน ความทรงจำที่มีอยู่เต็มเปี่ยมของทั้งสองคน ทำให้กรวิกเองก็เกือบจะเปิดเผยความจริงที่อยู่ในใจว่ารักและห่วงหาน้องเอยของพี่วิกมากเพียงใด เขาตัดสินใจว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปเขาจะใช้เวลาทุกนาทีให้มีค่าและดีกับเธอให้มากที่สุด..
แต่มันก็สายเกินไปเพราะวันรุ่งขึ้นเขาได้รู้ว่าเอยตัดสินใจบินกลับอเมริกา.. กรวิกเสียใจผิดหวังจนไม่สามารถที่จะทำใจได้ ทำไมเขาถึงต้องเสียเธอไปอีก ภาพที่เขาวิ่งตามหาเธอเมื่อหลายปีก่อนกำลังวิ่งวนเข้ามาทับถมให้หัวใจที่ร้าวรานเจ็บช้ำอีกครั้ง เขาจะไม่ยอมมันเกิดขึ้นอีก กรวิกพุ่งตรงไปที่สนามบิน… เสี้ยวนาทีต่อวินาที กรวิกวิ่งวนตามหาน้องเอยอย่างไร้ความหวัง ความอ้างว้าง เดียวดาย ทำให้น้ำตาของลูกผู้ชายอย่างเขาไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่น่าเชื่อโชคชะตาของคนทั้งสองทำให้เอยปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา…
กรวิกไม่ยอมทิ้งโอกาสครั้งนี้พาน้องเอยและหัวใจกับความรักของเขาหนีขึ้นรถไป…ปล่อยให้หมอลักษณ์งงงวยกับการหายตัวไปของเอย…หมอลักษณ์จับต้นชนปลายเหตุการณ์ทั้งหมดตัดสินใจไปตามหาเอยที่เพนท์เฮ้าท์ของกรวิกแต่ก็ไม่เจอ กลับพบแต่เมลานีที่มาตามหากรวิกเหมือนกัน… ทำให้ทั้งสองคนเริ่มเข้าใจอะไรตรงกันแต่ต่างก็ไม่พูด… แถมระหว่างที่พยายามออกตามหา กรวิกและน้องเอยนั้น สองคนกลับยิ่งรู้สึกดีต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผ่านเหตุการณ์ที่หมอลักษณ์ถูกล้อมฆ่าจากพวกของปรัชญา…ระหว่างนั้นกรวิกตัดสินใจพาเอยไปซ่อนที่เกาะส่วนตัว… และที่นั้นทำให้เอยรู้ว่าตลอดเวลาที่เธอจากไป เธอยังคงอยู่ในหัวใจของเขาเสมอ…
สองคนใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีค่า หัวใจรักสองดวง ความโหยหา…จะนำพาให้เรื่องราวความรักที่ร้าวรานของ “กริวก” และ “น้องเอย” กลับตาลปัตรลงเอยด้วยหัวใจที่ร้าวรานได้อย่างไร ติดตามชมได้ในละครที่จะทำให้คุณต้องสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของ…“ใจร้าว”…-เรียนไพ่ยิปซีทางโทรศัพท์ 20 ชม.3900 บาท โทร 089-7458432

วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒

เรียนไพ่ยิปซี-ละครทีวี กำนันอี๊ด

เรียนไพ่ยิปซีทางโทรศัพท์ 20 ชม. โทร 089-7458432-ละครทีวี กำนันอี๊ด

กำนันอี๊ด (เอมี่ กลิ่นประทุม) เป็นกำนันหญิงแห่งตำบล หนองน้ำใส เธอได้เป็นกำนันเพราะมีพ่อเป็นกำนันมาก่อนคือ กำนันอ้อ ซึ่งกำนันอ้อจัดว่ามีฐานะ ทำสวนผลไม้ ทำไร่ ทำฟาร์ม ก็เพราะแม่อ้อยของกำนันอี๊ดมีฐานะ เมื่อกำนันอ้อเสียชีวิตกระทันหัน กำนันอี๊ดซึ่งติดตามทำงานให้แก่ตำบลเคียงข้างมากับพ่อจึงได้รับความไว้วางใจ และได้แรงสนับสนุนรวมทั้งแรงขอร้องให้เธอขึ้นเป็นกำนันตำบลหนองน้ำใสตามพ่อเธอกำนันอี๊ดขาดแม่ตั้งแต่ยังเด็ก ตั้งแต่อายุ 6 ขวบก็ไม่มีแม่แล้ว จึงต้องช่วยพ่อมากกว่าเดิม คือต้องทำงานบ้าน ต้องเลี้ยงน้องคนเดียว นั่นคือ น้องแอ้ม (อัมรินทร์ ธีราธนันพัฒน์)น้องสาว กำนันอี๊ดจึงรักน้องแอ้มมาก ความรักที่พี่มีต่อน้องได้รับการบวกความรักเสมือนเป็นแม่เข้าไปด้วย เพราะต้องดูแลน้องแทนแม่ที่จากไป น้องแอ้มจึงกลายเป็นหนึ่งในจุดอ่อนของกำนันอี๊ด เรียกได้ว่า ใครมาทำอะไรน้องแอ้ม กำนันอี๊ดจะปี๊ดจนบางทีลืมคิดหน้าคิดหลัง เพราะกำนันอี๊ดให้สัญญากับแม่ไว้ ว่าจะรัก และดูแลน้องแอ้มให้เหมือนที่แม่รัก

ในวัยเด็ก กำนันอี๊ดเติบโตมาเหมือนเด็กในต่างจังหวัดที่พ่อแม่สอนให้เป็นคนดี มีศีลธรรมเป็นกุลสตรีแต่ความที่พ่อชอบพากำนันอี๊ดไปไหนต่อไหนด้วยเวลาออกไปปฏิบัติหน้าที่กำนัน กำนันอี๊ดจึงติดความแข็งแกร่งจากพ่อมาด้วย ดังนั้นจึงมีนิสัยลึกๆ ของผู้ชายที่ไม่ชอบใช้อารมณ์จนเกินงาม และมีความคิด ตัดสินใจได้เด็ดขาด และรู้จักควบคุมอารมณ์ และความรู้สึกของตนเองรวมทั้งรู้จักหน้าที่ และเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวมในวัยเด็ก กำนันอี๊ดก็เหมือนเด็กหญิงที่เรียบร้อยแฝงแววแก่น มีเพื่อนฝูงมากมาย ทั้งชายหญิง และมีเพื่อนหลายวัยเพราะไปไหนกับพ่อบ่อย ในหมู่เพื่อนของกำนันอี๊ด มีหนุ่มน้อยผู้หนึ่ง ชื่อ พิทักษ์ (อานัส ฬาพานิช) เขาแก่กว่าเธอ 7 ปี และออกจะเป็นเพื่อนที่พิเศษสำหรับเธอ เพราะพิทักษ์เปรียบเสมือนไอดอลของเด็กๆ ที่หนองน้ำใส

พิทักษ์เป็นลูกชาวนาจนๆ ที่สุดท้ายก็ต้องเสียที่นาของตนให้กับนายทุน แล้วจึงไปทำงานรับจ้างในไร่ ทำให้พิทักษ์ตั้งเจตนารมย์ไว้ว่า เขาต้องเรียนให้ดี เรียนให้สูง และหาทางมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนให้จงได้ โดยเฉพาะ พัฒนาคนให้รู้จักรู้เท่าทันคนพิทักษ์จึงตั้งใจเรียน และเรียนเก่งจนได้ทุนมาโดยตลอด เป็นที่โจษขานในตำบล อำเภอ และจังหวัด เด็กๆ ที่ดีๆ หลายคน จึงมองพิทักษ์เป็นไอดอลของพวกเขา ในขณะที่เด็กไม่ดีก็จะอิจฉาริษยาเขาเป็นธรรมดาพิทักษ์ และกำนันอี๊ดเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ความที่พิทักษ์เก่ง และดี จึงได้รับตำแหน่งหัวหน้าห้อง หัวหน้าชั้นเรียน หัวหน้านักเรียนมาโดยตลอด และเขาก็รัก และดูแลเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน และรุ่นน้องเป็นอย่างดี

กำนันอี๊ดเองก็ประทับใจเขามาตลอด ยามเย็นเขาเคยเดินมาส่งเธอที่บ้าน แม้ว่าบ้านเขาจะไกลไปอีกตำบล แต่วันนั้น กำนันอี๊ดเล่นซน ตกต้นไม้ขาแพลง พ่อมารับไม่ได้ พิทักษ์ก็มาส่งเธอ ครั้งหนึ่งเคยลื่นตกน้ำตก พิทักษ์ก็เคยลงไปช่วย และที่โรงเรียนพิทักษ์ก็เคยก่อความดี ความประทับใจทิ้งไว้ให้เมื่อเกิดเรื่องหนึ่งขึ้น คือกำนันอี๊ด และเพื่อนๆ ไปเล่นเจาะห้องน้ำครู แต่ไม่ได้แอบดู กะเจาะเพราะครูไม่ดี ให้ครูมีคนมาแอบดู ครูรู้ จับพวกเธอได้ แต่พิทักษ์ก็ออกหน้ารับไว้ว่าเขาเป็นคนเจาะจนปีสุดท้าย เขาอดเป็นประธานนักเรียน

อีกทั้งหลายเย็นที่พิทักษ์และเพื่อน เล่นกับน้องๆ อย่างกลุ่มเธอ เขาสอนเรื่องการพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ จนพับเป็นกระดาษทายใจ พอเลิกเล่น ต่างก็เก็บกลับบ้านกันไป แต่กำนันอี๊ดไม่ชอบแย่งกับเพื่อนๆ และคนอื่น พิทักษ์เห็นแล้วก็เลยพับให้เธอต่างหาก 1 ชิ้น ซึ่งกำนันอี๊ดก็เก็บเอาไว้ และเก็บความประทับใจในวัยเด็กนี้ไว้จนแม้กระทั่ง พิทักษ์ได้ทุนไปเรียนที่กรุงเทพฯ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ และเรียนรัฐศาสตร์ จนไปจบปริญญาโทที่เมืองนอก จนกระทั่งวันที่เธอได้เป็นกำนัน และเก็บไว้ทุกวันเสมอมา เด็กหลายๆ คนเก็บพิทักษ์เป็นไอดอล แต่กำนันอี๊ด กลับหวั่นไหวเมื่อรู้ว่าพิทักษ์กำลังจะกลับมาเป็นปลัดอำเภอที่บ้านเกิด หลายคนไปรับพิทักษ์ กำนันอี๊ดก็แอบไปเฝ้ามอง แต่ไม่กล้าทักเพราะกลัวเขาจะจำไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นกำนันเป็นผู้ใหญ่บ้าน

พอคืนเลี้ยงต้อนรับปลัดพิทักษ์ ทั้งสองก็ได้พบกัน และกำนันอี๊ดได้เห็นความเปลี่ยนไปของพิทักษ์ เขาเคร่งขรึมขึ้น และมีกรอบมากเหลือเกิน ดูไม่ร่าเริง อารมณ์ดี น่ารักเหมือนสมัยยังเด็ก แถมออกความเห็นให้เธอเลิกเป็นผู้ใหญ่บ้าน ให้ใช้ชีวิตแบบผู้หญิงทั่วไปทำให้เธอค่อนข้างผิดหวังพอได้มาร่วมงานกันมากขึ้น

ผู้ใหญ่อี๊ดก็ได้เห็นว่าปลัดพิทักษ์นั้น แม้จะมีความสมัยใหม่แบบตะวันตกแต่ก็ยังมีกรอบความเชื่อแบบตะวันออก ที่ว่า ผู้ชายเจ๋งสุด ผู้ชายเท่านั้น ที่จะเป็นช้างเท้าหน้า ซึ่งจริงๆ แล้ว สำหรับพิทักษ์ เขาฝังใจว่า ที่นาที่ครอบครัวของเขาสูญเสียไปเกิดจากแม่ที่ก้าวเข้ามา ทำหน้าที่ผู้นำครอบครัว และผู้หญิงอ่อนไหวเกินไปในการตัดสินใจทั้งอี๊ด และพิทักษ์ร่วมงานกันมาก็ทำงานด้วยกันได้ แต่ละโปรเจคก็ต้องมีเรื่องให้บาดหมาง น้อยใจ คิดมาก เกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะกับใจของอี๊ด จนอี๊ดได้เป็นกำนัน และปลัดพิทักษ์ได้เป็นนายอำเภอพิทักษ์

กำนันอี๊ดได้รู้ตัวว่า ตนเองมีใจให้กับนายอำเภอพิทักษ์โดยไม่รู้ตัว อาจเกิดจากความฝันฝังใจในวัยเด็กซึ่งกำนันอี๊ดก็พยายามสลัดความรู้สึกนั้นให้ออกไปให้ได้เพราะเห็นว่า มีบางอย่างของนายอำเภอพิทักษ์ที่เธอรับไม่ได้ โดยเฉพาะความเป็นคนติดกรอบ มีความเป็นผู้ชายเกินไป และหูเบาเป็นที่สุดส่วนนายอำเภอพิทักษ์ ครั้งเมื่อพบกำนันอี๊ดตอบโตแล้ว เขาเห็นว่าเธอสวยขึ้นมาก แต่ในส่วนลึก เขาเป็นคนทำอะไรมีแบบมีแผน และมุ่งมั่นทำงาน ทำให้เขาไม่รู้ตัวว่า จริงๆ แล้วเขาก็สนใจเธอ และแอบเผลอใจไปบ่อยๆ เพียงแต่ไม่แสดงออกในวิธีที่ถูกต้อง ชอบใช้ความเผด็จการของผู้ชายและผู้นำเข้าจัดการ ใช้คำพูดไม่เป็น ปฏิบัติตัวไม่เป็น ทั้งสองจึงดูจะยากที่จะลงเอยกันได้ในเรื่องของความรัก

แต่ที่ทั้งสองเหมือนกันก็คือ การทำเพื่อชุมชนทำเพื่อท้องถิ่นแผ่นดินบ้านเกิดของตน ดังนั้นปณิธานนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมคนทั้งสองไว้ ให้ได้พบกัน และพัฒนาความสัมพันธ์ต่อมาเรื่องที่เริ่มทำความสัมพันธ์พัฒนาชัดเจนขึ้น เมื่ออำเภอหนองน้ำใสได้ต้อนรับปลัดใหม่อีกคนคือปลัดตริณ อัศดง (นวพล ภูวดล)ซึ่งเป็นลูกชายนักการเมืองและคุณแม่ไฮโซ ที่ถูกเลี้ยงหล่อหลอมอบรมมาอย่างประเภทประคบประหงมมีแม่นมดูแล ซึ่งได้ถูกส่งมาประจำอยู่ที่ตำบลหนองน้ำใส

ปลัดตริณจัดเป็นคุณหนู ที่จะเป็นก็เฉพาะอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ แต่พอพ้นจากบ้าน จากความเก็บกด ตริณจะปลดปล่อย ด้วยการแสดงทีท่าก้าวร้าว โผงผางบ้างเป็นบางขณะ ทั้งๆ ที่ลึกๆ เขาก็หลุดแอบนิ่มอยู่เสมอ ปลัดตริณเมื่อมาถึงหนองน้ำใส ก็พบกำนันอี๊ด และประทับใจมาก จนแปรเปลี่ยนเป็นความสนใจ และชอบ จนรู้สึกอยากจะคบกำนันอี๊ดเป็นแฟน ในขณะที่เขา และน้องแอ้ม น้องสาวสุดที่รักของกำนันอี๊ด ก็พัฒนาความสัมพันธ์ควบคู่กันไปการที่ปลัดตริณมาชอบกำนันอี๊ดก็ทำให้กำนันอี๊ดออกจะเสียศูนย์อยู่เหมือนกัน เพราะปลัดตริณก็หล่อมากไม่แพ้นายอำเภอ แต่อ่อนโยนกว่ามาก แต่กำนันอี๊ดก็พอจะรู้ว่า น้องแอ้มเองก็สนใจปลัดอยู่จากพัฒนาการของการรู้จักกันของทั้งสอง

ฝ่ายนายอำเภอพิทักษ์ เมื่อเห็นว่าปลัดตริณดูท่าจะสนใจกำนันอี๊ด ก็ทำให้เขาเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตนเองที่มีต่อกำนันอี๊ด แต่ความที่เป็นคนอยู่ในกรอบกฎที่ตนเองตั้งดักไว้ ก็ทำให้เขาต้องเป็นผู้ร้ายปากแข็ง รักนะแต่ไม่แสดงออก แสดงออกก็แปลกๆ น่ารักไปอีกแบบเรื่องราวของความรัก ได้ถูกพัฒนาไปพร้อมกับเรื่องราววุ่นๆ ของท้องถิ่นหนองน้ำใสในขณะที่กำนันอี๊ดต้องบริหารจัดการ ปราบอธรรมชุมชนเพื่อพิสูจน์ตนเองว่าเป็นผู้หญิงก็ทำได้ และสานต่อเจตนารมย์ของพ่อให้ลุล่วง

ท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านั้น ได้มีศัตรูลับและศัตรูที่พร้อมจะเปิดเผยของกำนันอี๊ดซึ่งก็มีเฮียไล้ (ไพโรจน์ ใจสิงห์) และลูกชาย เหล่านายทุน นักธุรกิจที่มองพื้นที่หนองน้ำใสตาเป็นมัน เพราะเป็นที่สวยน่าจะไปสร้างเม็ดเงินทางธุรกิจได้มาก แล้วยังมีกลุ่มเจ๊ฮง (อรุโณทัย จิตรีขันท์)จอมเม้าท์เพิ่มดีกรีของเรื่อง รวมไปถึงกลุ่มที่อยากขึ้นมาบริหารแทนกำนันอี๊ด คอยเป็นอุปสรรคในการทำงานอุปสรรคสำคัญอีกอย่าง ก็คืออุปสรรคทั้งเรื่องการงาน การรักษาบ้านเกิดอันเกิดจากกลุ่มนักธุรกิจชาวเมืองกรุงที่เฮียไล้ไปสมคบคิด เจ้าของบริษัทฯ ยักษ์ใหญ่มหาโปรเจค .. อย่างเจ้าสัวพูนศักดิ์ (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) ที่มีลูกสาวสวยหยาดเยิ้มผู้ชื่อแพรเพชร (อัจฉรียา อินสว่าง)

ไพศาลเข้ามาเพื่อเพิ่มทุนหนุนเฮียไล้ ดูดี และชักใย ขณะลูกสาวแสนสวยก็ดูดี และทำให้นายอำเภอรวมทั้งปลัด ไขว้เขวได้ทุกที ปลัดตริณเดินทางมาถึงหนองน้ำใส ในวันหนึ่ง ในช่วงนั้นเกิดคดีไก่หายขึ้น และกำนันอี๊ดก็สามารถหาตัวผู้ร้ายขโมยไก่ได้ด้วยความเสียสละของตนทั้งเงิน และเวลา รวมทั้งความร่วมมือของครูพักตร์ (จินตรา พูนลาภ) น้องแอ้ม และนายวาน (เอกชัย ศรีวิชัย) ปลัดตริณได้เห็นความสามารถของกำนันอี๊ด ทั้งทางด้านการบริหาร และภูมิปัญญาชาวบ้าน เขาสนใจเธอในขณะที่นายอำเภอพิทักษ์เห็นเป็นธรรมดา แม้จะไม่ธรรมดาแต่ปิดใจยอมรับ

กำนันอี๊ดได้คิดโครงการไว้โครงการหนึ่ง นั่นก็คือโครงการฟื้นฟูวัฒนธรรม และของดีตำบลขึ้นมา เพราะเมื่อก่อน ตำบลหนองน้ำใส ขึ้นชื่อเรื่อง นาสามัคคี คือการทำนาโดยมีการร่วมมือร่วมใจกัน และมีเทศกาลเกี่ยวข้าวของตำบล เป็นบ่อเกิดของพ่อเพลงแม่เพลงมาแต่ครั้งก่อน ซึ่งในเทศกาลนี้ ได้บรรจุไว้ 7 วัน 7 คืน เมื่อชาวบ้านเกี่ยวข้าวร่วมกัน ร้องเพลงกัน ก็จะมีงานรื่นเริงที่วัดจากนั้น จะมีการละเล่นเริงน้ำตก และอื่น ๆ กำนันอี๊ดเห็นว่าหายไป ก็อยากนำกลับมาเพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของท้องถิ่นตน และนำไปสู่การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ด้วยการนำเสนอตัวตนของท้องถิ่น หรือตัวตนของตนเอง

โครงการนี้ แน่นอน ขัดใจเฮียไล้และนักธุรกิจ แต่ท่านผู้ว่าฯ กลับเห็นด้วย มอบหมายให้นายอำเภอพิทักษ์ไปช่วยจัดการดูแลกับกำนันอี๊ด ซึ่งนายอำเภอพิทักษ์เอง ก็ไม่เชื่อนักว่าจะประสบความสำเร็จ จึงทำไปตามหน้าที่กำนันอี๊ดและเพื่อนๆ จึงมีอุปสรรคมากมายหลายเหตุการณ์ และจากหลายคนที่ทั้งรักทั้งแค้น .. เป็นอุปสรรคที่ท้าทายแนวความคิด และความฮาจากผู้ชม จากไก่หายไปจนถึงเรื่องของการรักบ้านเกิด และการอนุรักษ์ไว้ซึ่งขนบประเพณี และวัฒนธรรมรวมทั้งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน-เรียนไพ่ยิปซีทางโทรศัพท์ 20 ชม.3900 บาท โทร 089-7458432