แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Digital Life Shop แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Digital Life Shop แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

Digital Life Shop-ละคร ทีวี เรื่อง สะใภ้ใจเด็ด


ร้านค้าออนไลน์ Digital Life Shop-ละคร ทีวี เรื่อง สะใภ้ใจเด็ด


ภาวินี (กรรณาภรณ์ พวงทอง) รีบเดินทางมากรุงเทพทันทีที่ได้รับข่าวอาการป่วยของ ศรีกานดา (มรกต กิตติสาระ) ซึ่งเป็นพี่สาว เธอไม่ได้พบพี่สาวนานหลายปีตั้งแต่เรียนจบ ศรีกานดาเป็นสาวสวย งามทั้งกายและใจ ภาวินีจำได้ว่าวันที่ศรีกานดาเข้าประกวดนางงามประจำจังหวัดและได้ตำแหน่งสาว งามที่สุดของจังหวัดนั้น พ่อของเธอดีใจมากแค่ไหน พ่อเป็นคนที่ชาวบ้านนับถือ ยิ่งศรีกานดานำชื่อเสียงมาให้วงศ์ตระกูล พ่อของเธอก็ยิ่งภูมิใจในลูกสาวคนโตมาก ปีนั้นเป็นปีที่พ่อเธอมีความสุขที่สุด เพราะภาวินีลูกสาวคนเล็กสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพ ได้ ภาวีนีเข้ามาเรียนได้ไม่นานทางบ้านเกิดเรื่องยุ่งเมื่อศรีกานดาตัดสินใจหนี ตาม นพนัยน์ (อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร) วิศวกรหนุ่มที่มาคุมงานสร้างทางในจังหวัด ทั้งคู่พบกันไม่นานแต่ก็รักกันมาก พ่อของศรีกานดากีดกันทุกทางไม่ให้ลูกสาวพบคนรัก ทว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ไม่มีใครคิดว่าศรีกานดา กุลสตรีที่งามพร้อมจะกล้าหอบผ้าหนีตามผู้ชายต่างถิ่นไปได้ พ่อของเธอเสียใจมาก ทั้งรักทั้งแค้นลูกสาวคนโตถึงขั้นตัดพ่อตัดลูกเด็ดขาด

เวลาผ่านไปก่อนภาวินีเรียนจบไม่นาน ศรีกานดามาพบเธอที่มหาวิทยาลัย ภาวินีพูดไม่ออกเมื่อเห็นพี่สาว ศรีกานดาเปลี่ยนไปมากจนจำแทบไม่ได้ ศรีกานดาเล่าให้น้องสาวฟังว่า หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว นพนัยน์พาเธอไปกราบ คุณหญิงนวลสมร (ดวงดาว จารุจินดา) ผู้เป็นมารดา แต่ทั้งคุณหญิงและ ไฉไลเรือง (ณัฐวรา พงษ์สุวรรณ) ซึ่ง เป็นน้องสาวนพนัยน์ไม่ยอมรับว่าเธอเป็นภรรยาของนพนัยน์ ซ้ำยังไล่ให้เธอไปอยู่เรือนคนใช้ไม่ยอมให้อยู่บนตึกใหญ่ นพนัยน์เสียใจมากจึงพาเธอตามไปทุกแห่งที่เขาไปทำงาน นพนัยน์รักเธอมาก เมื่อศรีกานดาท้อง นพนัยน์จึงต้องพาเธอกลับมาอยู่บ้านเพราะห่วงเธอและลูกจะได้อยู่ใกล้ๆ หมอ ส่วนตัวเขาต้องไปทำงานต่างจังหวัด แต่กลับกรุงเทพทุกครั้งที่มีโอกาส ภาวินีกลั้นสะอื้นเจ็บใจแทนพี่สาว เมื่อศรีกานดาเล่าว่าคุณหญิงนวลสมรและไฉไลเรืองร้ายกับเธอแค่ไหน ศรีกานดาบอกว่าเธอเป็นเพียงสะใภ้ทาส ถ้านพนัยน์อยู่ก็จะพอมีความสุขบ้าง แต่เมื่อเขาต้องไปทำงานต่างจังหวัด ศรีกานดารู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น ภาวินีเคยชวนเธอกลับไปอยู่บ้าน แต่ศรีกานดาปฏิเสธ เธอย้ำว่าสามีและลูกอยู่ที่ไหนเธอต้องอยู่ด้วยเสมอ เหตุผลของศรีกานดาเป็นเรื่องที่ภาวินีไม่เข้าใจ สองสาวพี่น้องนิสัยต่างกันมากแม้จะหน้าตาคล้ายกัน ศรีกานดาสวยอ่อนหวาน เรียบร้อยเป็นแม่บ้านแม่เรือน ภาวินีสวยเข้ม ดูเหมือนคนอารมณ์เย็น แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าภาวินีนั้นโมโหร้ายมาก ตั้งแต่เด็กจนโต คนที่ทำให้ศรีกานดาเสียใจ ภาวินีต้องทวงคืนจนเจ็บยิ่งกว่า ตลอดการเดินทางภาวินีภาวนาให้พี่สาวปลอดภัย ทั้งที่รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อถึงกรุงเทพเธอตามไปที่โรงพยาบาลทันที ภาวินีใจสั่นเมื่อเข้าไปในห้องไอซียู เธอพบนพนัยน์นั่งจับมือศรีกานดาด้วยความโศกเศร้า สภาพศรีกานดาที่นอนนิ่ง ลมหายใจแผ่วเบา อุปกรณ์ทางการแพทย์ระโยงระยางรอบตัวไปหมด ทำให้ภาวินีรู้สึกโกรธแค้นนพนัยน์มาก เธอมองเขาอย่างเกลียดชังก่อนจะขออยู่เฝ้าพี่สาวเอง

เธอให้นพนัยน์กลับไปดูลูก ภาวินีอดไม่ได้ที่จะต่อว่าเขาที่ทำให้ศรีกานดาเป็นอย่างนี้ เมื่อถึงบ้านหรือเรือนเล็กหลังบ้าน แม้จะปรับปรุงจนน่าอยู่ แต่เมื่อเทียบกับตึกใหญ่งดงามข้างหน้าแล้วต่างกันโดยสิ้นเชิง นพนัยน์ก้าวขึ้นเรือนภาพ แป๊ะซะ (ด.ช.ชญานิน เต่าวิเศษ) ลูกชายวัยขวบเศษที่เล่นกับ พิม (อมีนา พินิจ) พี่เลี้ยงอย่างไร้เดียงสาทำให้นพนัยน์ต้องเข้าไปอุ้มไว้ เขาทั้งรักและสงสารลูกสุดหัวใจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดที่ทิ้งศรีกานดาไว้กับแม่และน้องสาวที่ใจร้ายเหลือทน เขาเล่นกับลูกไม่นานนัก คุณหญิงนวลสมรให้พิมมาตามเขาไปพบบนตึกใหญ่ นพนัยน์เดินขึ้นทางหลังตึกจึงได้ยินเสียงแม่กับน้องสาวพูดถึงศรีกานดาอย่าง ไม่น่าฟัง แถมยังแช่งให้ตายเสียอีก เขาสงสารภรรยาจับใจ นพนัยน์กลับไปที่เรือนเล็กทันทีโดยไม่ยอมพบคุณหญิงนวลสมร ส่วนภาวินีนั่งเฝ้าพี่สาวจนฟุบหลับอยู่ข้างเตียง เธอกุมมือพี่สาวไว้ตลอดเวลา ดึกมากแล้วเมื่อภาวินีรู้สึกว่าศรีกานดาขยับมือเบาๆ เธอสะดุ้งตื่นทันที ศรีกานดามองน้องสาวด้วยแววตาห่วงใย ภาวินีดีใจที่พี่สาวรู้สึกตัว เธอบอกศรีกานดาว่าออกจากโรงพยาบาลแล้วเธอจะพาศรีกานดาและลูกกลับบ้านไปให้ พ้นจากครอบครัวนี้เสียที ศรีกานดาพูดราวกระซิบว่าฝากลูกด้วย ภาวินีรับปากทันที ศรีกานดายิ้มบางๆ ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง ส่วนภาวินีเองฟุบหลับตามไปด้วยในไม่นานนัก เธอสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่ามือของศรีกานดาเย็นเฉียบ ภาวินีผวาลุกขึ้นทันที อุปกรณ์ทางการแพทย์ส่งเสียงเตือนผิดปกติ ทั้งหมอและพยาบาลเข้ามาทันที ทุกอย่างชุลมุนวุ่นวาย ภาวินีถูกขอให้ออกไปนอกห้อง เธอร้องไห้เสียใจที่สุด สภาพของศรีกานดาทำให้ภาวินีใจหาย เธอได้แต่อธิฐานให้พี่สาวปลอดภัย ทว่าศรีกานดาอาการหนักเกินไปกว่าที่หมอจะช่วยไว้ได้ เธอเสียชีวิตในเช้านั้นเอง เมื่อนพนัยน์พาแป๊ะซะมา ภาวินีรับหลานมาอุ้ม เธอกอดเด็กชายไว้แน่น และให้นพนัยน์ไปดูศรีกานดาเป็นครั้งสุดท้าย เขารีบเข้าไปในห้องไอซียูทันที นพนัยน์ตรงไปกอดร่างไร้วิญญาณของศรีกานดาด้วยความรักและอาลัยที่สุด ทั้งสงสารและรู้สึกผิดเต็มหัวใจ

นพนัยน์พาภาวินีมาพักที่บ้านระหว่างจัดงานศพให้ภรรยา ภาวินีเองอาสาเลี้ยงหลานชายตัวน้อย เธอแทบไม่ปล่อยให้เด็กชายห่างสายตาเลย นพนัยน์น้อยใจแม่และน้องสาวที่ไม่ยอมไปร่วมพิธีศพแม้กระทั่งวันฌาปกิจ เมื่องานศพผ่านไป ภาวินีพูดกับนพนัยน์ว่าเธอจะพาแป๊ะซะกลับไปอยู่กับเธอเพราะศรีกานดาสั่งไว้ ก่อนตาย แต่นพนัยน์ไม่ยอม เขาเองก็รักลูกมาก ยิ่งไปกว่านั้นลูกเป็นเหมือนตัวแทนของศรีกานดาด้วย ทั้งคู่เถียงกันอยู่นาน จนในที่สุดภาวินียื่นคำขาดถ้านพนัยน์ต้องการให้ลูกอยู่ด้วยเขาต้องแต่งงาน กับเธอ จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฏหมาย เธอจะยอมอยู่ที่นี่เลี้ยงหลานในฐานะแม่แทนศรีกานดา ส่วนเขาและเธอผูกพันกันเพียงนิตินัยเท่านั้น วันใดที่นพนัยน์แต่งงานใหม่เธอจะหย่ากับเขาและพาแป๊ะซะกลับบ้านที่ต่าง จังหวัด และเขาจะหมดสิทธิ์ในการดูแลแป๊ะซะอีกต่อไป ภาวินีอึ้งเมื่อนพนัยน์ตอบตกลงทันที เขารักลูกชายมาก ทั้งรักและห่วง ตอนนี้คนที่เขามั่นใจว่าจะดูแลเด็กชายได้ดีที่สุดคือภาวินี ส่วนตัวเขายังติดงานที่ต่างจังหวัดซึ่งกันดารเกินกว่าจะรับลูกไปอยู่ด้วย เขาไม่ไว้ใจแม่และน้องสาวเขาอีกแล้ว คุณหญิงนวลสมรและไฉไลเรืองโกรธจนพูดไม่ออกเมื่อนพนัยน์มาบอกในวันหนึ่งว่า เขาแต่งงานกับภาวินีแล้ว เธอกับลูกจะอยู่ที่เรือนเล็กเหมือนเดิม ในช่วงเวลาที่เขาต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดและจะขอย้ายกลับมากรุงเทพเร็วๆ นี้ นพนัยน์กลับไปทำงานสายวันนั้นเอง คุณหญิงให้พิมมาตามเธอไปพบ แต่ภาวินีไม่ไปแถมยังบอกอีกว่าถ้าอยากพบเธอก็ลงมาที่เรือนนี้ได้ทุกเวลา พิมดีใจที่ภาวินีเข้มแข็งกว่าพี่สาวมาก พิมรักและสงสารศรีกานดาที่ถูกใช้งานยิ่งกว่าคนใช้อย่างเธอเสียอีก ทำงานหนัก ถูกดุด่าไม่เว้นวัน แต่ศรีกานดาไม่เคยบ่นจนล้มป่วย พิมกลับไปบอกคุณหญิงทันที เธอมองคุณหญิงและไฉไลเรืองที่โกรธแทบคลั่งอย่างสะใจ

พิมใจหายเมื่อเห็นสองแม่ลูกลงไปที่เรือนเล็ก พิมรีบวิ่งไปเตือนภาวินีให้ระวังตัวอย่างห่วงใย แต่ภาวินีกลับยิ้นเย็น แววตาเหี้ยมอย่างน่ากลัว เธอเองรอเวลานี้มานานเช่นกัน ดังนั้นเมื่อคุณหญิงนวลสมรและไฉไลเรืองมาถึงเริ่มด่าทออาละวาดจึงโดนภาวิ นีตอบโต้อย่างไม่เกรงใจ ไฉไลเรืองปราดเข้าไปจะตบหน้าภาวินี เธอเข้าใจว่าภาวินีจะอ่อนเหมือนศรีกานดา ทว่าตรงกันข้าม มือที่เงื้อง่าของไฉไลเรืองถูกภาวินีจับบิดอย่างแรงและผลักตัวทุ่มไฉไล เรืองกระแทกพื้นอย่างแรง ไฉไลเรืองร้องกรี๊ดทั้งเจ็บทั้งอาย ภาวินีมองอย่างสะใจก่อนจะบอกว่าเธอเป็นนักกีฬายูโดสายดำและยิงปืนแม่นมาก ถ้าทั้งคู่จะมาที่นี่มาระรานเธออีกเจอดีกว่านี้แน่ นพนัยน์กลับมาจากต่างจังหวัด คุณหญิงนวลสมรและไฉไลเรืองฟ้องใส่ร้ายภาวินีและให้เขาไล่เธอไปจากบ้าน แต่นพนัยน์กลับทำให้ทั้งคู่เจ็บใจมากขึ้นเมื่อเขาย้ำว่าเขาไม่ไปไหน และไม่ให้ใครพาลูกเขาไปไหนเด็ดขาด ภาวินีเป็นภรรยาเขาต้องอยู่ที่นี่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เพราะคุณหญิงกับไฉไลเรืองลงไปหาเรื่องเองแท้ๆ ถ้าต่างคนต่างอยู่ก็ไม่มีเรื่อง นพนัยน์กลับเรือนไปแล้วสองแม่ลูกยังคลั่งแค้นไม่หยุด คุณหญิงนวลสมรกับไฉไลเรืองติดต่อ ลลิตา (อาริษา วิลล์) สาวสวย โฮโซ อดีตคู่หมายของนพนัยน์ให้มาช่วยอีกคน ลลิตานั้นเคยเสียใจเพราะศรีกานดามาแล้ว คราวนี้เธอจึงยอมตกลงมาช่วยกำจัดภาวินีอีกคน ลลิตารักนพนัยน์มานาน แต่เขาเห็นเธอเป็นน้องสาวเท่านั้น ลลิตามั่นใจในความสวยของตัวเองว่าต้องชนะใจนพนัยน์สักวัน เธอจึงมาอยู่กับคุณหญิงนวลสมรระหว่างที่ คุณหญิงผองจิต (ปนัดดา โกมารทัต) ซึ่งเป็นมารดาไปต่างประเทศ ลลิตามาในช่วงเวลาที่นพนัยน์ได้ย้ายมากรุงเทพแล้ว เธอพยายามหว่านเสน่ห์ออดอ้อนนพนัยน์ต่อหน้าภาวินีเพื่อยั่วให้หญิงสาวโกรธ ทว่าลลิตากลับคลั่งเสียเองเมื่อภาวินีพูดจาอ่อนหวานกับนพนัยน์เป็นพิเศษ เธอสงสารลลิตาที่อยากเป็นเมียเขาเหลือเกินแม้จะเป็นเมียน้อยก็ตาม นพนัยน์ดีใจที่ภาวินีเข้มแข็ง สู้ กับเรื่องบ้าๆ ในบ้านได้ เขาเฝ้ามองภาวินีเลี้ยงแป๊ะซะเงียบๆ ภาวินีเลี้ยงเด็กชายราวกับลูกไม่ใช่หลาน เวลาผ่านไปยิ่งใกล้ชิดภาวินีก็ยิ่งทำให้นพนัยน์แปลกใจ เธอดูเหมือนกระด้าง เย็นชา แต่ก็เป็นแม่บ้าน แม่เรือน ทำกับข้าวอร่อย ฝีมือไม่ผิดกับศรีกานดาเลย เขาชอบดูเวลาเธอเผลอตัวเล่นกับแป๊ะซะ ภาวินีจะน่ารัก อ่อนโยน ไม่มีมาดดุเข้มๆ อีกเลย

วันหนึ่ง ถมทวี (นพพด พิทักษ์โล่พานิช) เพื่อนชายคนสนิทของภาวินีมาเยี่ยมเธอที่บ้าน ถมทวีเคยรักกับศรีกานดา เมื่อศรีกานดาแต่งงานไปเขาก็มีภาวินีคอยปลอบใจ จนมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน แต่แล้วภาวินีกลับแต่งงานกับพี่เขยตัวเอง ถมทวีตามมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง เขารู้ว่าภาวินีเป็นคนมีเหตุผล และรักพี่สาวมาก การมาของถมทวีทำให้นพนัยน์หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นรูปถมทวีบนโต๊ะหัวเตียงของภาวินี เขาหึงเธอโดยไม่รู้ตัว แต่ภาวินีไม่เคยทำอะไรเสียหาย เมื่อเขาถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับถมทวี ภาวินีกลับตอบอย่างมั่นใจว่า ทุกอย่างเป็นอดีตไปแล้ว เธออยู่กับปัจจุบัน และรอวันที่เขาแต่งงานใหม่เธอพร้อมจะพาหลานไปจากที่นี่ ภาวินีไม่รู้ว่านพนัยน์ไม่เคยรักลลิตาเลย เขาระวังตัวมากเมื่อต้องอยู่กับเธอตามลำพัง วันหนึ่งถมทวีมารับภาวินีและแป๊ะซะไปซื้อของ ระหว่างทางทั้งคู่เห็นไฉไลเรืองนั่งรถออกจากโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งพร้อม ผู้ชายคนหนึ่ง ภาวินีสังเวชใจและอยากรู้ว่าถ้าคุณหญิงนวลสมรรู้เข้าจะว่าอย่างไร วันหนึ่งคุณหญิงนวลสมรและไฉไลเรืองตัดสินใจใช้แผนทรมานเหมือนศรีกานดา แต่เพียงแค่อาหารเย็น ภาวินีย้อนรอยอย่างเจ็บแสบ ไฉไลเรืองทนไม่ไหวเธอวางแผนให้ ทรัย หนุ่มหล่อไฮโซคนรักหนุ่มหลอกภาวินีเข้าโรงแรมเพื่อให้นพนัยน์เข้าใจผิด ทว่าภาวินีกลับทำให้ทรัยกลัวเธอ เมื่อภาวินีพูดจริงจังว่าเธอสู้เต็มที่แน่นอน และพร้อมเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ถ้าทรัยไม่พาเธอออกไปจากที่นี่ สีหน้าแววตาของภาวินีทำให้ทรัยต้องยอม และไม่กล้ายุ่งกับเธออีก เขากลับสนใจลลิตาแทน

แล้ววันหนึ่งทรัยหลอกลลิตาเข้าโรงแรมจนได้ เธอตกใจมากสู้สุดฤทธิ์แต่ทรัยชกท้องเธอจนหมดสติ ก่อนที่ลลิตาจะเสียใจไปทั้งชีวิต ถมทวีซึ่งผ่านมาและเห็นทรัยกับลลิตา เขาตามไปได้ยินเสียงร้องของลลิตา จึงเข้าไปช่วยไว้ทัน เขาชกทรัยจนต้องหนีไป ถมทวีนั่งรอจนลลิตาฟื้นขึ้นมา เธอช็อคและเข้าใจว่าถมทวีทำร้ายเธอ กว่าจะพูดกันรู้เรื่องถมทวีอ่อนใจเต็มที เขาพาเธอไปส่งที่บ้าน ลลิตาหมดฤทธิ์สำนึกดีกลับมาจนถมทวีเริ่มสนใจเธอ เขามาเยี่ยมเธอบ่อยๆ จนผูกพันกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นไปด้วยดี ส่วนไฉไลเรืองทำให้คุณหญิงนวลสมรเสียใจเมื่อรู้ว่าเธอปล่อยตัวไปกับทรัย และไม่คิดจะแต่งงานกับเขาด้วยซ้ำ เรื่องวุ่นวายเมื่อไฉไลเรืองไปฮ่องกงกับทรัยและถูกจับเพราะลักลอบขนยาเสพติด ทรัยหลอกไฉไลเรืองให้หิ้วกระเป๋าบรรจุยาโดยไม่รู้ตัว ทั้งคู่ถูกจับที่ฮ่องกง หนังสือพิมพ์ลงข่าวละเอียด คุณหญิงนวลสมรเสียใจจนล้มศีรษะฟาดพื้นอย่างแรง คุณหญิงป่วยหนักเป็นอัมพาต ขณะที่นพนัยน์ยุ่งเรื่องไฉไลเรือง ภาวินีเข้ามาช่วยดูแลคุณหญิงนวลสมร เธอพูดน้อย แต่ดูแลปรนนิบัติคุณหญิงด้วยความเมตตา สงสาร ภาวินีอ่อนโยน จริงใจ จนคุณหญิงละอายใจ เธอยอมแพ้น้ำใจภาวินี และเสียใจที่ทำร้ายศรีกานดาจนตรอมใจตาย

เวลาผ่านไปทรัยถูกดำเนินคดี ส่วนไฉไลเรืองได้แต่คลุ้มคลั่ง นพนัยน์หาทางช่วยเหลือจนโทษหนักเป็นเบา แต่เธอต้องจำคุกอยู่ดี เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เขารักภาวินีโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้เขาก็รักเธอมากเหลือเกิน ในคืนที่ถมทวีแต่งงานกับลลิตา เมื่อกลับจากงานแต่งงาน นพนัยน์ตัดสินใจสารภาพรักกับภาวินี เขาบอกเธอว่าเขาไม่เคยลืมศรีกานดา แต่ภาวินีคือตัวจริงในวันนี้ แม้เธอไม่พูดอะไรแต่แววตาที่อ่อนหวานของเธอบอกเขาได้มากกว่าคำพูด นพนัยน์ดึงเธอมากอดแนบอก เขาสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด ภาวินีซุกตัวในอ้อมกอดเขา แขนของเธอกอดตอบเขาทำให้นพนัยน์ยิ้มอย่างมีความสุข ภาวินีมีวิธีบอกรักเขาอย่างอบอุ่น อ่อนหวาน น่ารักที่สุด-เรียนไพ่ยิปซีทางโทรศัพท์ 20 ชม.3900 บาท โทร 089-7458432

วันจันทร์ที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

Digital Life Shop-ละคร รอยรักรอยบาป


เรียนไพ่ยิปซีทางโทรศัพท์ 20 ชม.3900 บาท โทร 089-7458432 -เรื่องย่อ รอยรักรอยบาป

รัชกาลที่ 5 ราวพุทธศักราช 2450 หรือรัตนโกสินทร์ศก 126 ที่บ้านของพระยาวิสุทธิ์ (อัมรินทร์ นิติพน) เจ้าพระยาที่ได้ขึ้นชื่อว่ารูปงามและร่ำรวยทั้งศักดินาและทรัพย์สิน ซึ่งมีทาสในอาณัติปกครองนับร้อยคน หนึ่งในนั้นคือ จวน (อคัมย์สิริ สุวรรณสุข) สาวน้อยวัยสิบแปด ลูกของทาสสม (พงษ์ประยูร ราชอาภัย) กับทาสมี (วาสิฎฐี ศรีโลฟุ้ง) ที่เลื่องชื่อกิตติศัพท์เรื่องความงาม จนคุณระย้า (โสภิตนภา ชุ่มภาณี) ภรรยา ของพระยาวิสุทธิ์ไม่พอใจเพราะรู้ว่าพระยาวิสุทธิ์ แอบหมายปองจวนอยู่ อีกทั้งคุณระย้าเองไม่มีบุตรสืบสกุล คุณระย้าจึงพยายามหาทางกันไม่ให้จวนเข้ามายุ่งบนเรือนใหญ่ อ้างว่าทาสสมกับทาสมี แก่แล้วและอีกอย่างก็ไม่ค่อยสบาย จวนควรจะอยู่ดูแลพ่อแม่เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ คุณระย้าให้เงินจวนพาพ่อกับแม่ไปหาหมอ จวนซึ้งใจในพระคุณของคุณระย้ามาก

ภายใต้หน้ากากอันดีงามไม่มีใครรู้ว่าคุณระย้าซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ คุณระย้าคิดจะกำจัดจวนอย่างเงียบๆ โดยอาศัยมือของ ทองเกลียว ภรรยาคนที่สองของเจ้าพระยาวิสุทธิ์ เพราะ ทองเกลียว ขี้หึงและเป็นคนโผงผาง คุณระย้าออกตัวว่าเงินทองที่จวนได้ใช้จ่ายอย่างสุขสบายเป็นของกำนัลที่พระยา วิสุทธิ์ให้ เมื่อทองเกลียวรู้ก็โกรธจนตัวสั่น นึกว่าพระยาวิสุทธิ์เสน่หาจวนถึงกับมอบของกำนัลให้ แม้จวนจะปฏิเสธก็ไม่ฟัง คุณระย้ามาปลอบอกปลอบใจจวนพร้อมทั้งบอกให้จวนอย่าไปถือสาคนอย่างทองเกลียว นับวันจวนยิ่งให้ความเคารพนับถือคุณระย้า คุณระย้าเองก็พอใจมาก ที่ทั้งทองเกลียวและจวนไม่ได้คิดระแวงตน เมื่อมีเรื่องคับข้องใจทั้งสองคนก็จะมาระบายให้คุณระย้าฟัง และคุณระย้าก็จะถือโอกาสยุแยงตะแคงรั่วโดยที่ทั้งทองเกลียวและจวนไม่เคย ระแวงสงสัย เพราะภายนอกคุณระย้าคือผู้ใหญ่ที่แสนดี จวนมีคนรักคือทาสบุญ และเพื่อนสนิทคือ อิ่ม ซึ่งเป็นทาสสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับจวน อิ่มมีคนรักอยู่แล้วคือ ยิ่ง ที่เป็นทาสหนุ่มวัยฉกรรจ์ ทั้งจวนและอิ่มหวังจะใช้ชีวิตอยู่กับคนที่รักในบั้นปลาย

วันหนึ่งพระยาวิสุทธิ์ไปตกปลาที่ลำธาร และบังเอิญได้เจออิ่มเข้า พระยาวิสุทธิ์เกิดความเสน่หาอิ่มจึงใช้กำลังปลุกปล้ำจนอิ่มตกเป็นของพระยา วิสุทธิ์ อิ่มเสียใจมาก พยายามที่จะปกปิดความลับทุกอย่างเพราะกลัวยิ่งจะรู้ความจริง แต่ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะพระยาวิสุทธิ์เกิดละอายและยอมรับผิดชอบอิ่มเป็นเมียคนที่สาม อิ่มเสียใจมากที่ไม่อาจรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเองและได้ครองคู่กับยิ่ง อย่างที่ฝัน นับวันจวนยิ่งมองภาพพระยาวิสุทธิ์เป็นคนใจร้ายและมักมากในกามคุณ คุณระย้ากับทองเกลียวโกรธมากที่พระยาวิสุทธิ์เลื่อนขั้นให้อิ่มขึ้นมาเป็น ภรรยาอีกคน ทองเกลียวเอะอะโวยวายลั่นบ้าน ในขณะที่คุณระย้าเงียบสงบยอมรับอิ่มเข้ามาเป็นภรรยาคนที่สามแต่โดยดี ไม่มีใครรู้ว่าคุณระย้าแอบร้องไห้ราวกับน้ำตาจะออกมาเป็นสายเลือด ด้วยความช้ำใจที่สามีทรยศทั้งที่คุณระย้า คือลูกสาวของเจ้าพระยาน้อยที่สูงศักดิ์ ไม่ใช่ลูกทาสที่ต่ำศักดิ์อย่างทองเกลียว หรือ อิ่ม คุณระย้าวางแผนที่จะกำจัดอิ่มโดยอาศัยมือของทองเกลียวอีกครั้ง โดยอาศัยคนใช้คู่ใจอย่างยายทอง ปากเหม็นเป็นหอกระจายข่าว และยายทองก็ทำหน้าที่กระจายข่าวไปจนทั่วว่าตอนนี้พระยาวิสุทธิ์ทั้งรักทั้ง หลงอิ่มมาก

ไม่ใช่เรื่องยากเพราะทองเกลียวเป็นคนโวยวายโผงผางไม่มีสติ ทองเกลียวเชื่อทุกเรื่องที่ยายทองมาเล่าและคุณระย้านำมาปรับทุกข์ ทั้งที่เรื่องอิ่มขอให้พระยาวิสุทธิ์ยกเป็นเมียเดียว เมื่อพระยาวิสุทธิ์ไปว่าราชการต่างจังหวัด ทองเกลียวและพรรคพวกจึงบุกเข้ามาตบตีอิ่ม ทั้งที่ขณะนั้นอิ่มตั้งท้องได้สามเดือน เมื่อจวนเข้าไปช่วยก็ถูกทองเกลียวตบตี และสั่งทาสโบยจวนจนหมดสติ คุณระย้าให้คนไปดูแลพยาบาลจนจวนฟื้น เมื่อพระยาวิสุทธิ์กลับมา จวนจึงเล่าความร้ายกาจของทองเกลียวให้ฟัง พระยาวิสุทธิ์โกรธมาก สั่งไล่ทองเกลียวออกไปเป็นทาสเหมือนเดิม ทองเกลียวโกรธมากเพิ่งรู้ตัวว่าที่ผ่านมาเป็นตุ๊กตาให้คุณระย้าเชิด ทองเกลียวพยายามหาทางตักเตือนอิ่มกับจวน ว่าคุณระย้าคิดจะกำจัด แต่อิ่มกับจวนไม่เชื่อทองเกลียว เพราะภายนอกทองเกลียวเป็นคนปากร้ายและเจ้าคิดเจ้าแค้น จวนกับอิ่มจึงหาทางหลบเลี่ยงที่จะยุ่งเกี่ยวกับทองเกลียว และเลือกที่จะเชื่อคุณระย้า ทั้งจวนและอิ่มเอาเรื่องที่ได้รู้มาไปบอกคุณระย้า ว่าคุณระย้าคิดจะฆ่าทั้งสองคน แต่ทั้งสองคนไม่เชื่อคำพูดของคนอย่างทองเกลียว

คุณระย้าเสียอีกที่แค้นฝังหุ่น ทองเกลียว เพราะทองเกลียวเอาความลับของเธอไปโพนทะนา คุณระย้าวางแผนกำจัดทองเกลียว โดยอาศัยมือของอิ่ม โดยการออกอุบายว่า ทองเกลียวเอายาสมุนไพรบำรุงครรภ์มาให้อิ่มกิน ทั้งๆที่ความจริง คุณระย้าเอามาให้เอง ผลปรากฏว่าอิ่มตกเลือด ตั้งท่าจะแท้ง พระยาวิสุทธิ์โกรธมากสั่งโบยทองเกลียวปางตาย ทองเกลียวลั่นปากว่าชาตินี้จะจองล้างจองผลาญคุณระย้าไปจนตาย พระยาวิสุทธิ์ได้ยินจึงสั่งทำร้ายทองเกลียวเพิ่ม จนทองเกลียวเป็นบ้าวิกลจริตไป อิ่มกับจวนยิ่งโกรธทองเกลียวหาว่าให้ร้ายคนดีๆอย่างคุณระย้า พระยาวิสุทธิ์ยังคงมีใจเสน่หาต่อจวน เมื่อมีโอกาสจึงปลุกปล้ำจวน แต่บุญเข้ามาช่วยได้ทัน บุญขอร้องด้วยชีวิตขอให้พระยาวิสุทธิ์ปล่อยจวนไป พระยาวิสุทธิ์ไม่ยอม บอกสักวันจะเอาชนะใจจวนให้ได้

คุณระย้ารู้เรื่องด้วยความเจ็บปวด เจ็บช้ำ แต่พยายามเก็บกดความรู้สึกเจ็บปวดทุกอย่าง คุณระย้าไปยุแหย่อิ่มบอกว่า จวนกำลังจะเข้ามาแทนที่อิ่ม เพราะพระยาวิสุทธิ์คิดจะยกย่องจวนเข้ามาเป็นเมียอีกคน ถ้าอิ่มอยากให้ลูกที่เกิดมาเป็นลูกคนเดียวของพระยาวิสุทธิ์ อิ่มควรจะขัดขวาง อิ่มไม่ทำเพราะรักจวนมากและรู้ดีว่าจวนไม่มีวันยอมเป็นเมียพระยาวิสุทธิ์ แต่โชคร้ายที่ในปีนั้นเองทาสสมกับทาสมีรวมทั้งยิ่งและทาสอีกจำนวนมาก เป็นโรคห่าตาย ก่อนตายทาสสมกับทาสมีขอให้พระยาวิสุทธิ์รับปากว่าจะไม่ทอดทิ้งจวน พระยาวิสุทธิ์รับปากและขอให้อิ่มเกลี้ยกล่อมให้จวนยอมเป็นภรรยาของตนอีกคน ไม่อย่างนั้นจะไล่ให้อิ่มกลับไปเป็นทาสเหมือนเดิม ด้วยกลัวลูกที่จะเกิดมาลำบาก อิ่มลำบากใจจึงเอาเรื่องไปปรึกษากับคุณระย้า คุณระย้าแกล้งทำดีด้วยการบอกไม่ให้อิ่มวิตก คุณระย้าจะไปพูดกับพระยาวิสุทธิ์เองว่าไม่ให้ยุ่งกับจวนเอง

คืนนั้นทั้งคืน คุณระย้าคิดหาหนทางกำจัด อิ่มและจวนไปให้พ้นทาง แต่ก็ทำไม่ได้เมื่อพระยาวิสุทธิ์มาสารภาพและขออนุญาตคุณระย้า ขอมีจวนเป็นภรรยาอีกคนและจะเป็นคนสุดท้าย คุณระย้ารู้ดีว่าไม่มีทางขัดขวางพระวิสุทธิ์ได้แน่ อีกทั้งหากบุ่มบ่ามทำอะไรลงไป ก็คงจะได้รับโทษทัณฑ์หนักเหมือนทองเกลียว คุณระย้าจึงตกลง และคิดแผนที่จะให้เพื่อนรักห้ำหั่นกันเอง คุณระย้าออกอุบายบอกว่าตนเองไม่สบายมาก ขอให้อิ่มไปบอกให้จวนมาดูแล ด้วยความเป็นห่วงและต้องการตอบแทนบุญคุณ จวนเข้ามาดูคุณระย้าบนเรือนแต่กลับโดนพระยาวิสุทธิ์ขืนใจ จวนเสียใจมาก คุณระย้าบอกว่า ทั้งหมดเป็นอุบายของอิ่มที่ล่อหลอกจวนมาให้พระยาวิสุทธิ์ขืนใจเพราะไม่เช่น นั้น อิ่มกับลูกจะถูกไล่ลงจากเรือนกลับไปเป็นทาสเหมือนเดิม จวนเสียใจมากที่เพื่อนทรยศ ยิ่งเสียใจหนักที่ทำให้บุญคนรักเสียใจ คุณระย้าได้ทีบอกอิ่มว่าทั้งหมดเป็นแผนการของจวน เพราะจวนอยากมีอำนาจวาสนาได้ดิบได้ดีอย่างอิ่ม แต่อิ่มไม่เชื่อ อิ่มเริ่มรู้ว่าภายใต้ท่าทางอันใจดี คุณระย้าซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ อิ่มเอาเรื่องทั้งหมดไปบอกบุญ ตั้งใจที่จะให้บุญเตือนจวนถึงความร้ายกาจของคุณระย้า เคราะห์ร้ายที่จวนมาเห็น จวนยิ่งเข้าใจผิดคิดว่าอิ่มคิดจะทรยศแย่งความรักของบุญไปจากจวน ตั้งแต่นั้นมาเพื่อนรักสองคนก็แตกคอกัน จวนโกรธชนิดไม่เผาผีอิ่ม ในขณะที่อิ่มรู้สึกผิดตลอดเวลาที่เป็นต้นเหตุให้จวนต้องตกเป็นของพระยา วิสุทธิ์

ทางฝ่ายพระยาวิสุทธิ์ก็หลงใหลจวนมาก ด้วยความแค้นในใจจวนพยายามเอาอกเอาใจพระยาวิสุทธิ์จนพระยาหนุ่มหลงใหลจวน เป็นอย่างมาก ไม่นานจวนก็ตั้งท้อง คุณระย้าทนไม่ไหวที่คิดการณ์ผิด ทั้งอิ่มทั้งจวนกำลังจะมีลูกให้กับพระยาวิสุทธิ์ จึงคิดแผนการที่จะกำจัดทั้งอิ่มและจวน คุณระย้าแอบเอายาพิษใส่ในจานอาหารของทั้งคู่ แต่เคราะห์ดีคนที่กินยากลับกลายเป็นจวนแต่เพียงผู้เดียว จวนแท้งลูกด้วยความเข้าใจผิดว่าอิ่มเป็นคนวางยา พระยาวิสุทธิ์โกรธมาก จึงขับไสไล่ส่งอิ่มกลับไปเป็นทาสเหมือนเดิม บุญเข้ามาปลอบใจอิ่มและต่อว่าที่จวนใจร้ายไม่เหลือคราบหญิงสาวที่จิตใจดีคน ก่อน จวนยิ่งโกรธมาก ยิ่งโกรธที่บุญบอกว่าตอนนี้รักอิ่มไม่ใช่จวน จวนยิ่งรู้สึกว่าถูกทรยศจากทั้งเพื่อนและคนรัก บุญตัดสินใจอยู่กินกับอิ่มและรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง

คุณระย้าสะใจที่อิ่มกระเด็นไปเป็นทาสเหมือนเดิม และตอนนี้ก็มีจวนคนเดียวที่เป็นหอกข้างแคร่ คอยทิ่มแทงให้เจ็บใจ คุณระย้าคิดจะกำจัดจวน ด้วยความที่คุณระย้ามีพระคุณคุ้มหัว จวนไม่ระแวงสงสัยคุณระย้าเลย
ไม่นานพระยาวิสุทธิ์ก็ผิดคำสัญญา ด้วยการมีคุณพริ้งลูกของเศรษฐีกล่ำเข้ามาเป็นภรรยาอีกคน และเช่นเคยพระยาวิสุทธิ์หลงใหลคุณพริ้งจนลืมทุกคน คุณระย้าทั้งเสียใจและโกรธมาก จึงอาศัยมือของจวนมาทำร้ายคุณพริ้ง พร้อมทั้งยุแหย่ว่า คุณพริ้งชอบพูดจาให้ร้ายคุณระย้า จนพระยาวิสุทธิ์เกลียดชังคุณระย้า ด้วยกตัญญูและสงสารคุณระย้า จวนจึงออกโรงปกป้องและถือตนเป็นศัตรูกับคุณพริ้ง เหมือนทองเกลียวในครั้งก่อน แต่เช่นเดิมคุณระย้าทำดีกับทุกคนรวมทั้งคุณพริ้งด้วย อิ่มพยายามเตือนไม่ให้จวนไว้ใจคุณระย้ามาก แต่จวนไม่เชื่อ

ในเวลาต่อมาอิ่มคลอดลูกของพระยาวิสุทธิ์ออกมาเป็นผู้หญิงชื่อ แก้ว และมีลูกกับบุญชื่อ กล้า
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่คุณระย้าตั้งท้องขึ้นมาซึ่งก็ไล่เลี่ยกับคุณ พริ้ง แต่หมอตำแยที่มาตรวจครรภ์บอกว่าคุณระย้าจะได้ลูกสาว และคุณพริ้งจะได้ลูกชาย คุณระย้าโกรธมาก ด้วยอยากให้ลูกของตัวเป็นผู้สืบสกุลเพียงคนเดียว คุณระย้าจึงคิดแผนการณ์ชั่วขึ้นมาอีกครั้ง คุณระย้าบอกให้จวนไปเอาสมุนไพรจากอิ่ม ซึ่งอิ่มก็เอาสมุนไพรบำรุงครรภ์อย่างดีมาให้ แต่คุณระย้าให้ยายทองเปลี่ยนเอาสมุนไพรพิษมาต้ม และให้จวนเป็นคนเอายาไปให้คุณพริ้ง ผลปรากฏว่าคุณพริ้งกระอักเลือดออกมา ยายทองทำท่าจะปากโป้งว่าจริงๆแล้วคนที่เปลี่ยนยาสมุนไพรคือคุณระย้า จึงถูกคุณระย้าฆ่าตาย

คุณพริ้งบอกว่าจวนเป็นคนเอาสมุนไพรมาให้ จวนปฏิเสธบอกว่าสมุนไพรเอามาจากอิ่ม อิ่มปฏิเสธ พระยาวิสุทธิ์สั่งให้คนเข้าค้นที่เรือนของอิ่มซึ่งก็ไม่พบสมุนไพรพิษจริงๆ แต่กลับพบที่ห้องของจวนที่คุณระย้าเป็นคนเอาไปซ่อนไว้ พระยาวิสุทธิ์โกรธมาก หาว่าจวนเป็นคนวางยาคุณพริ้ง เศรษฐีกล่ำก็ไม่ยอมขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุด พระยาวิสุทธิ์จึงโบยจวนจนตาย ก่อนตายจวนกล่าวอาฆาตพยาบาทจะจองเวรจองกรรมกับอิ่มและพระยาวิสุทธิ์ให้ถึง ที่สุด ขณะนั้นเอง คุณระย้าเกิดปวดท้องจะคลอดขึ้นมา วิญญาณของจวนจึงลอยเข้าไปอยู่ในท้องของคุณระย้าในทันที อิ่มเสียใจมากแต่บุญบอกไม่ให้คิดมากเราย่อมรู้ตัวดีว่าเราไม่ได้ทำและให้อิ่มพยายามทำบุญให้จวนจะได้ไม่พยาบาทจองเวร คุณระย้าตั้งชื่อลูกสาวว่า หนูยิ้ม ขณะที่คุณพริ้งไม่มีบุตรจึงไปขอลูกของพี่สาวคือคุณพร้อมมาเลี้ยง และตั้งชื่อลูกชายที่ขอมาว่า เภา เภา เป็นเด็กหนุ่มที่สุภาพเจียมตัว แต่หนูยิ้มเป็นเด็กหญิงที่อารมณ์ร้ายเอาแต่ใจตัว เพราะคุณระย้าให้ท้าย และที่สำคัญตั้งแต่จำความได้หนูยิ้มเกลียดพระยาวิสุทธิ์โดยที่ทุกคนไม่รู้ สาเหตุ

ปีพุทธศักราช 2454 ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงประกาศเลิกทาส พระยาวิสุทธิ์ปลดปล่อยทาสทุกคน แต่อิ่มและบุญขออยู่อาศัยต่อเพื่อตอบแทนบุญคุณ และสาเหตุที่สำคัญตรงที่อิ่มกับบุญอยากให้แก้วมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกับ พระยาวิสุทธิ์ผู้เป็นบิดาแท้ๆ อิ่มเอา ทองเกลียวที่สติไม่สมประกอบมาอยู่ด้วย ยี่สิบปีต่อมา ล่วงเข้าสู่รัชกาลที่ 8 ปีพุทธศักราช 2477 เด็กๆแต่ละคนเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว แก้วอายุยี่สิบสี่ปี กล้าอายุยี่สิบสองเท่ากับเภา และหนูยิ้มอายุได้ยี่สิบปี แก้วได้ทำงานเป็นครูสาวใจดี กล้าและเภาเป็นทหาร ส่วนหนูยิ้มเป็นสาวสังคมจัดนักเรียนนอก คุณระย้ามีคนใช้ใหม่ชื่อพุดซ้อน ซึ่งมีลูกสาวชื่อรุ้ง รุ้งเป็นคนทะเยอะทะยานมาตั้งแต่เด็กเพราะอยากมีความเป็นอยู่สบายอย่างหนู ยิ้ม พุดซ้อนเตือนให้เจียมตัวแค่ไหนรุ้งก็ไม่ฟัง พยายามหาทางกลั่นแกล้งหนูยิ้มตลอด แต่หนูยิ้มรู้ทันและเอาคืนรุ้งเสมอ ภาพภายนอกของหนูยิ้มจึงดูเป็นคนอารมณ์รุนแรง เกรี้ยวกราด

ท่ามกลางความสมัยใหม่และสังคมอันศิวิไลซ์เริ่ดหรู สิ่งหนึ่งที่ติดใจหนูยิ้มมาตลอดเวลานั่นคือ ความรู้สึกเจ็บปวด คลั่งแค้น หลายครั้งหลายหนที่ในมโนนึกมีภาพของน้าอิ่มที่เป็นคนใช้เก่าแก่ภายในบ้านและ เพื่อนรักที่ชื่อ จวน เมื่อหนูยิ้มบอกคุณระย้า คุณระย้าก็บอกเล่าความหลังให้ฟัง ซึ่งแต่ละเรื่องคุณระย้าเป็นคนถูกกระทำทั้งสิ้น หนูยิ้มสงสารคุณระย้า จึงยิ่งเจ็บปวดชิงชังทุกคน รวมทั้งพระยาวิสุทธิ์ คุณระย้าสอนให้หนูยิ้มมีจิตใจอิจฉาริษยา ดูถูกดูชังคนโดยเฉพาะแก้วและเภา เพราะแก้วคือลูกสาวอีกคนของพระยาวิสุทธิ์ และเภาคือลูกชายที่พระยาวิสุทธิ์หวังจะให้สืบสกุล ในขณะที่อิ่มสอนให้แก้วและกล้าอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตน ทั้งคู่จึงอภัยให้หนูยิ้มเสมอ กล้าเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหนูยิ้ม เพราะกล้าเห็นว่าหนูยิ้มไม่น่ารักและชอบดูถูกคน ที่สำคัญหนูยิ้มชอบจิกหัวอิ่มมาเรียกใช้ พอไม่ถูกใจหนูยิ้มก็เอาไม้เฆี่ยนตี แต่น่าแปลกทุกครั้งที่ทองเกลียวเห็นหน้าหนูยิ้มก็จะตกใจ และเรียกหนูยิ้มว่าจวนตลอด

คุณระย้าหาว่าทองเกลียวฟั่นเฟือนให้เอาไปกักขังไว้ แต่ทองเกลียวก็ยังลักลอบออกมาและมาบอกหนูยิ้มว่าให้ระวังคุณระย้า หนูยิ้มไม่เข้าใจ แต่คุณระย้าโกรธมาก สั่งให้คนมาลักตัวทองเกลียวเอาไปฆ่า ทองเกลียวบาดเจ็บสาหัสแต่ขณะที่นอนหายใจรวยริน กล้ามาพบเข้าจึงพาทองเกลียวไปอาศัยอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ไม่นานเรื่องของทองเกลียวก็หายไปจากความทรงจำของทุกคน แต่กล้านึกสงสัย กล้าตกลงที่จะสืบความเป็นไประหว่างความสัมพันธ์ของคุณระย้าและหนูยิ้มอย่างเงียบๆ แต่ยิ่งค้นหาความจริง กล้ากับหนูยิ้มก็ยิ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ในขณะที่ มนตรี เพื่อนสนิทของกล้าแอบรักหนูยิ้ม แต่หนูยิ้มไม่ได้สนใจซ้ำยังทำเย่อหยิ่งถือตัว รุ้งหมั่นไส้หนักที่ใครๆ ต่างก็รุมรักหนูยิ้ม จึงแอบให้ พัน หนุ่มชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่มาติดพันรุ้งหาทางลวงหนูยิ้มไปทำร้าย แต่กล้าช่วยได้ทัน กล้าพยายามบอกให้หนูยิ้มมีน้ำใจเผื่อแผ่กับคนอื่น เพราะหนูยิ้มจะได้น้ำใจกลับคืน หนูยิ้มเหมือนจะฟัง แต่ภาพแห่งความหลังอันเจ็บปวดทรมานมันผ่านเข้ามาในมโนนึก ทำให้จิตใจหนูยิ้มร้อนรุ่มเหมือนเดิม

ไม่นานหนูยิ้มก็รู้ว่าที่หนูยิ้มเกลียดชังอิ่มเพราะในอดีตชาติหนูยิ้มคือจวน ที่ถูกเพื่อนรักอย่างอิ่มทรยศหักหลัง หนูยิ้มจึงจงใจที่จะจองล้างจองผลาญอิ่ม และชายโฉดอย่างพระยาวิสุทธิ์ แต่ผู้ที่รับบาปคือแก้ว เพราะหนูยิ้มล่อลวงแก้วไปให้เพื่อนชายขืนใจ โชคดีที่เภาผ่านไปจึงช่วยแก้วได้ทัน เภาเอาเรื่องมาบอกพระยาวิสุทธิ์ หนูยิ้มก็บอกว่าแค่นี้มันยังน้อยไป เพราะอิ่มก็เคยหลอกลวงหนูยิ้มไปให้คนข่มขืนเหมือนกัน ทุกคนตกตะลึงมากเมื่อหนูยิ้มพูดอย่างนี้ โดยเฉพาะคุณระย้า แต่คุณระย้าคิดแค่เพียงหนูยิ้มอาจจะพูดเพ้อเจ้อ แต่ครอบครัวของอิ่มแอบสงสัยในการกระทำของหนูยิ้ม กล้าโกรธที่หนูยิ้มหลอกแก้วไปให้เพื่อนชายขืนใจทั้งๆที่เคยช่วยหนูยิ้ม จึงดักฉุดหนูยิ้มไปกักขังทรมาน และทำทีว่าขืนใจ แต่หนูยิ้มสลบไปก่อน เมื่อตื่นขึ้นมาหนูยิ้มจึงเข้าใจผิดว่าตัวเองตกเป็นของกล้าแล้ว หนูยิ้มโกรธเกลียดกล้ามาก เภารู้สึกถูกชะตาและชื่นชอบความอ่อนหวานใจดีของแก้ว แต่ก็ถูกหนูยิ้มขัดขวางด้วยความอิจฉาริษยา หนูยิ้มไม่รู้ว่ายิ่งหนูยิ้มพยายามกลั่นแกล้งแก้วเท่าไหร่ เภายิ่งสงสารและเห็นใจแก้วมากขึ้นเท่านั้น ที่สุดก็กลายเป็นความรัก หนูยิ้มรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเภากับแก้วก็ยิ่งโกรธ หาว่า แก้วเป็นสาวแก่ขึ้นคานที่ทอดสะพานให้หญ้าอ่อนอย่างเภา แก้วโกรธมาก แต่อิ่มบอกแก้วไม่ให้ผูกใจพยาบาทต่อหนูยิ้ม เพราะจะเป็นการต่อกรรมกันไม่สิ้นสุด

แก้วกลุ้มใจ จึงระบายปรึกษากับมั่น ที่เป็นคนใช้ในบ้าน รุ้งแอบเห็นก็เอาไปโพนทะนาจนทั่วว่าแก้วกับมั่นมีความสัมพันธ์กัน ทั้งๆที่ความจริงแล้วมั่นแอบชอบรุ้ง เมื่อรุ้งรู้ก็หลอกใช้มั่นในเรื่องต่างๆนานาที่จะทำร้ายหนูยิ้ม มั่นเสียใจมากที่รุ้งเป็นคนไม่ดี จึงเลิกที่จะรักรุ้ง รุ้งยิ่งโกรธเกลียดหนูยิ้มมากขึ้น รุ้งปรึกษาหารือกับพัน จะให้พันทำร้ายหนูยิ้มอีก พันตกลงโดยมีรุ้งเป็นเดิมพัน ที่สุดรุ้งต้องตกเป็นเมียของพัน และพันก็โขกสับรุ้งเยี่ยงทาส ชดใช้บาปกรรมด้วยชีวิตตัวเองตลอดไป พรรษานั้นเอง กล้าออกบวชและได้นั่งสมาธิ ในฌานสมาธิกล้ารู้ว่าหนูยิ้มคือจวนกลับชาติมาเกิด กล้าได้คุยกับทองเกลียวที่สติดีขึ้นแล้วจากการพึ่งใบบุญของวัด ทองเกลียวพยายามลำดับเหตุการณ์และเล่าความใจร้ายใจดำ ของคุณระย้าให้กล้าฟัง เมื่อสึกออกมา กล้าเห็นใจหนูยิ้มมากขึ้น เข้าใจว่าทำไมหนูยิ้มจึงเจ็บแค้นพยาบาทอิ่มกับพระยาวิสุทธิ์ ซึ่งก็เนื่องจากความเข้าใจผิด

ความสงสารเห็นใจก่อเกิดเป็นความรัก กล้าจึงพยายามบอกเล่าความจริงให้หนูยิ้มฟังว่าอิ่มไม่เคยคิดปองร้ายต่อหนู ยิ้มหรือจวนในอดีต แต่หนูยิ้มไม่เชื่อ ยังคงมีใจผูกพยาบาทต่ออิ่มและบุญ หนูยิ้มหาเรื่องมาทำร้ายครอบครัวนี้เสมอ คุณระย้ายิ่งให้ท้ายเพราะรู้ดีว่าใจจริงแล้วพระยาวิสุทธิ์แอบเอ็นดูแก้ว ด้วยกลัวว่าพระยาวิสุทธิ์จะยกทรัพย์สมบัติให้แก้ว คุณระย้าเล่าความเลวร้ายของอิ่มให้ฟัง เป็นต้นว่าทรยศเพื่อน แย่งคนรักของเพื่อน ล่อหลอกเพื่อนให้ผู้ชายข่มขืน เอาสมุนไพรพิษลอบฆ่าคน หนูยิ้มจดจำเป็นข้อมูลและยิ่งเกลียดชังอิ่มและแก้ว หนูยิ้มใช้วิธีที่อิ่มเคยทารุณจวนมาแก้แค้นอิ่มกับแก้ว แต่ทุกครั้ง เภากับกล้าต้องมาช่วยได้ทัน หนูยิ้มกับคุณระย้าโมโหมาก คุณพริ้งทนไม่ไหว ที่นับวันคุณระย้ากับหนูยิ้มยิ่งร้ายกาจ จึงนำความไปบอกกับพระยาวิสุทธิ์ พระยาวิสุทธิ์เอ่ยปากตักเตือนหนูยิ้มกับคุณระย้า คุณระย้าจึงวางแผนให้หนูยิ้มวางยาคุณพริ้งและโยนความผิดให้อิ่ม หนูยิ้มไม่ทำ คุณระย้าจึงบอกว่าจะทำเอง ที่สุดคุณพริ้งก็แทบตายด้วยน้ำมือของคุณระย้า และคุณระย้าก็โยนความผิดให้อิ่ม หนูยิ้มสับสนเพราะรู้ความจริงว่าคนที่วางแผนฆ่าคุณพริ้งคือคุณระย้านั่นเอง อิ่มถูกโบยแทบตาย กล้ากับแก้วพยายามหาหลักฐานมายืนยันว่าอิ่มบริสุทธิ์ กล้าบอกหนูยิ้มกำลังทำร้ายคนที่บริสุทธิ์ เพราะคนร้ายที่แท้จริงคือคุณระย้านั่นเอง หนูยิ้มพยายามทบทวนเหตุการณ์ต่างๆและก็ยิ่งสับสนในตัวเอง เพราะคนที่คุณระย้าว่าเลวแสนเลวอย่างอิ่มและทุกคนที่อยู่รอบข้าง แท้จริงแล้วกลับเป็นคนดีมีน้ำใจ ในขณะคนที่ออกตัวว่าดีแสนดีอย่างคุณระย้า แท้จริงแล้วกลับใจร้ายใจดำ หนูยิ้มอยู่กับความสับสนเพราะไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร และใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลัง ความเลวร้ายทั้งมวล

ในปีพุทธศักราช2482 นั้นเอง ประเทศไทยเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง กล้ากับเภาไปต้องออกสนามรบ ในขณะที่พระยาวิสุทธิ์ก็ต้องไปประจำการกับกองทัพ ที่บ้านเหลือแต่ผู้หญิงคือคุณระย้า คุณพริ้ง แก้ว อิ่ม และหนูยิ้ม คุณระย้ากับหนูยิ้มสั่งให้อิ่มกับแก้วขุดหลุมหลบภัย สองแม่ลูกจำต้องทำตาม ด้วยความทุกข์ลำเค็ญสาหัส ปีนั้นเองเกิดข้าวยากหมากแพง อาหารไม่มี แต่อิ่มและแก้วกลับออกไปหาอาหารขุดเผือกขุดมันมาให้คนในบ้านประทังชีวิต แต่คุณระย้ากลับเก็บไว้กินแค่สองคนกับหนูยิ้ม เมื่อหนูยิ้มแบ่งให้คุณพริ้ง อิ่ม กับแก้ว ก็ถูกคุณระย้าตำหนิ นับวันหนูยิ้มยิ่งเห็นความใจร้ายใจดำและเห็นแก่ตัวของคุณระย้า ด้วยความเป็นห่วง กล้าแอบหนีกลับมาดูแม่และพี่สาว ในขณะที่เภาก็กลับมาดูพริ้ง เมื่อกล้ากับเภาเห็นว่าอิ่ม แก้ว คุณพริ้งอยู่อย่างทุกข์ทรมานก็โกรธ กล้าดุด่าต่อว่าหนูยิ้ม ว่าหนูยิ้มใจร้ายใจดำ แม้กระทั่งคนที่หวังดีกับหนูยิ้มมาตลอดชีวิตอย่างอิ่ม เภากับกล้าพาพริ้ง อิ่ม แก้ว ไปอยู่ด้วย โดยทิ้งหนูยิ้มกับคุณระย้าอยู่กับภาวะเสี่ยงตาย ด้วยความหวาดกลัว คุณระย้าเริ่มเห็นภาพหลอน ความร้ายกาจต่างๆที่ตนเองเคยกระทำกับคนต่างๆในอดีต ทั้งทองเกลียว อิ่ม จวน และพริ้ง ในขณะเดียวกันคุณระย้าก็คลุ้มคลั่งเข้ามากอดหนูยิ้ม บอกไม่ให้หนูยิ้มทิ้งไป เพราะรักหนูยิ้มมาก

เมื่อความจริงเปิดเผย หนูยิ้มได้รู้ความจริงว่าคุณระย้านั่นเองที่เป็นคนวางแผนทำร้ายคนทุกคน รวมทั้งหนูยิ้ม หรือ จวนในอดีต หนูยิ้มสับสน เพราะยังจำได้ดีถึงคำกล่าวก่อนตายเมื่อชาติที่แล้วว่าจะจองเวรจองกรรมกับคน ที่ทำร้ายจวนจนตาย หนูยิ้มสับสนระหว่างความรักกับความเกลียดชังที่มีต่อผู้หญิงที่ร้ายกาจอย่าง คุณระย้า หรืออีกนัยหนึ่งคือแม่ของหนูยิ้มเอง เภากับกล้า พาทุกคนไปอยู่ที่วัด บัดนี้ทองเกลียวผู้มีสติครบถ้วนทุกอย่างรวมทั้งเป็นคนทรงศีล ได้บอกให้ทุกคนไปช่วยหนูยิ้มกับคุณระย้า ที่บ้านของพระยาวิสุทธิ์ ระเบิดลงพอดี คุณระย้าได้รับบาดเจ็บสาหัส วูบหนึ่งแรงแค้นของจวนสั่งให้หนูยิ้มทิ้งคนที่ใจร้ายใจดำอย่างคุณระย้าไป คุณระย้าจะต้องได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานก่อนตาย ทองเกลียวพาทุกคนไปถึง และให้สติหนูยิ้ม ว่าบัดนี้หนูยิ้มคือลูกในอุทรของคุณระย้า ไม่ใช่จวนในชาติที่แล้ว หนูยิ้มจะทิ้งคนที่รักหนูยิ้มที่สุดในชีวิตอย่างคุณระย้าไปได้อย่างไร เวรควรระงับด้วยการไม่จองเวร เหมือนสิ่งที่แม่ชีทองเกลียวกำลังทำอยู่ ไม่เช่นนั้นกรรมก็จะต่อกรรมกันไปไม่มีที่สิ้นสุด หนูยิ้มและกล้าตัดสินใจฝ่าดงระเบิดพาคุณระย้าออกมาด้วย

คุณระย้าถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ถูกตัดขาตัดมือทิ้งทั้งสองข้าง คุณระย้าต้องทนทุกข์ทรมานทั้งที่มีชีวิตอยู่ คุณระย้าขออสิกรรมต่อทองเกลียว อิ่ม คุณพริ้งและจวน หรือหนูยิ้ม รวมทั้งพระยาวิสุทธิ์ แต่พระยาวิสุทธิ์โชคร้ายถูกระเบิดตายระหว่างเดินทางกลับมาเยี่ยมคุณระย้า หนูยิ้มตัดสินใจบวชชีพราหมณ์เพื่อตั้งจิตสมาธิลืมความเจ็บปวดแต่หนหลังพร้อม ที่จะลืมอดีตและทดแทนผู้มีพระคุณอย่างแม่ระย้าสืบไป รวมทั้งขออโหสิกรรมต่อแก้ว อิ่มและ บุญที่ได้ล่วงเกิน แก้วได้แต่งงานกับเภา และกล้าพร้อมจะใช้ชีวิตกับหนูยิ้ม โดยที่ไม่มีอดีตอันเจ็บแค้นต่อไป เพราะหนูยิ้มรู้ซึ้งถึงสัจธรรมของชีวิตที่ว่า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร-Digital Life Shop